ิงพานางไปหอหมิงเยว่เพื่อตามหาชายงาม เคยมีบ่าวผู้นี้ติดตามอยู่ข้างกายด้วยเมื่อเห็นเช่นนั้น หลินถิงก็มั่นใจได้ว่าผู้ที่อยู่ในเกวียนคือองค์หญิงจริง จึงก้มศีรษะคารวะ “องค์หญิง”คำเพิ่งจะขาดเสียง ผ้าม่านเกวียนเบื้องหน้าก็ถูกรั้งเปิดออก แต่คนที่ก้าวลงมาก่อนกลับเป็นบุรุษหนุ่ม รูปร่างสูงสง่าในอาภรณ์ม่วง ดวงตาเรียวยาวดุจหงส์ ริมฝีปากบาง ใบหน้าจัดว่างามคมในวัยยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปีองค์หญิงพาชายบำเรอมาด้วยหรือ? หลินถิงจำได้แม่น ว่าบุรุษผู้นี้คือคนที่เคยใช้ชื่อของจินอันไจ้ไปใกล้ชิดสกุลเซี่ยจนทำให้จวนสกุลนั้นถูกริบทรัพย์ ยามนั้นนางเคยเห็นเขาแอบสนทนากับจินอันไจ้ที่สวนหลังหอหนังสือ ในใจจึงยิ่งไม่ชอบนัก นางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่ให้สะดุดตาชายผู้นั้นอยู่ใต้อาณัติผู้อื่นมาช้านาน เชี่ยวชาญการสังเกตสีหน้าและท่าทีของคนเป็นพิเศษ แม้หลินถิงจะแสดงออกเพียงเล็กน้อย แต่เขาก็รับรู้ได้ชัดว่าหญิงผู้นี้มิได้ชอบตน จึงกดสายตาลง ปิดบังความรู้สึกไว้องค์หญิงก้าวลงจากเกวียน ชายหนุ่มรีบยื่นมือเข้าประคอง ทว่าพอนางแตะพื้นก็สะบัดมือเขาออกทันที แล้วก้าวตรงมาหาหลินถิง“คุณหนูหลิน ไม่ได้พบกันนาน ไร้โรคภัยดีหรือ?”หลินถิงยกมือคารวะอย่างสุภาพ ทว่าน้ำเสียงยังห่างเหิน “หม่อมฉันสบายดี องค์หญิงเหตุใดจึงเสด็จมาอันเฉิงหรือเพคะ?”ด้วยสถานะองค์หญิง แม้กองพิทักษ์เมืองจะระวังศัตรูยิ่งนัก แต่ก็ไม่กล้าปิดประตูขวางไว้ เกรงจะเกิดเหตุร้ายต่อ