เซี่ยชิงเหอกลั้นหายใจตะลึงงันไปครู่หนึ่ง พอได้สติจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คุณหนูเจ็ดมีพระคุณช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าย่อมไม่อาจตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังได้ ขอได้โปรดท่านลุงกุ้ยอย่าเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้อีก”แท้จริงแล้ว เขามิได้ปรารถนาจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ เพียงแต่เพราะโกรธแค้นที่ฝ่าบาทพระองค์ปัจจุบันทรงลงมือโหดเหี้ยมกับสกุลเซี่ย อีกทั้งยังชิงชังที่แคว้นต้าเหยียนเห็นชีวิตของมารดาและน้องสาวเขามีค่าแม้เพียงเศษหญ้าและเมื่อฮ่องเต้มีพระประสงค์จะถอนรากถอนโคน สังหารกองทัพสกุลเซี่ยให้สิ้น เขาไม่อาจทนเห็นพวกพ้องผู้ภักดีต้องสิ้นชีพเพราะนามของสกุล จึงยอมก่อการเพื่อเปิดทางให้พวกเขาได้อยู่รอดเพียงเท่านั้น หาได้เพราะอยากครอบครองบัลลังก์ไม่ทว่าท่านลุงกุ้ยกลับหัวเราะออกมา เพราะความซื่อตรงของเซี่ยชิงเหอไม่เคยเปลี่ยนแปร “ตอบแทนคุณด้วยการหักหลังเช่นนั้นหรือ? ฮ่าๆๆ ในภายภาคหน้าเจ้าคือฝ่าบาท การที่คุณหนูเจ็ดได้เป็นฮองเฮาของเจ้า นับเป็นวาสนา มิใช่การหักหลังอันใด!”ครั้งนี้เซี่ยชิงเหอกลับกล้าเอ่ยโต้ผู้ใหญ่ “หากอีกฝ่ายไม่เต็มใจ นั่นแหละจึงเรียกว่าหักหลังเร้นคุณ! ในเมื่อพวกเราชิงชังการใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่น เหตุใดเมื่อมีอำนาจแล้วจึงต้องทำเช่นเดียวกันเล่า มิเท่ากับกลายเป็นคนประเภทเดียวกับที่เรารังเกียจดอกหรือ?”ท่านลุงกุ้ยอึ้งไปชั่วครู่ “เสี่ยวอู่……”คำของเขาทำให้หวนรำลึกถึงวันวาน ก่อนตนจะได้เป็นแม่ทัพ ตอนยังเป็นเพียงชายหนุ่ม