ที่ถูกเหล่าขุนนางผู้ทรงอำนาจบดขยี้ดั่งมดปลวกเซี่ยชิงเหอฉวยโอกาสเอ่ยเกลี้ยกล่อม “ท่านลุงกุ้ย ปล่อยคุณหนูเจ็ดไปเถิด”แต่ท่านลุงกุ้ยพลันได้สติ กลับไม่ยอมผ่อนปรน “เป็นไปไม่ได้! คุณชายจินยังไม่ตอบตกลงจะร่วมมือโค่นล้มฮ่องเต้ทรราช หากปล่อยคุณหนูเจ็ดไป เจ้าจะมั่นใจหรือว่าจะเกลี้ยกล่อมคุณชายจินได้สำเร็จ? เสี่ยวอู่……เจ้าคิดการทั้งหลายง่ายเกินไปแล้ว!”ช่างน่าขันยิ่งนัก – เมื่อครั้งอยู่ใต้อำนาจบังคับ ขุนนางผู้มีอำนาจกดขี่เขาโดยไม่สะทกสะท้าน แล้วเหตุใดเมื่อเขามีอำนาจอยู่ในมือ จึงไม่อาจกดขี่พวกนั้นกลับเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนปรารถนาเล่า? จะมัวแต่เอื้อเฟื้อพวกมันไปใย!ท่านลุงกุ้ยจ้องมองเขา สายตาเคร่งขรึม “การเป็นฮ่องเต้……หัวใจต้องไม่อ่อนเกินไปนัก”แต่เซี่ยชิงเหอยืนหยัดไม่หวั่นไหว “ข้าไม่รู้ว่าการเป็นฮ่องเต้ควรทำเช่นไร รู้เพียงว่าการเป็นคนต้องรักษาสัจจะ ข้าให้คำมั่นกับคุณหนูเจ็ดและคุณชายจินแล้ว ว่าจะไม่บังคับให้พวกเขาทำสิ่งที่มิได้เต็มใจ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือภายภาคหน้า”“เจ้า!” ท่านลุงกุ้ยถึงกับโกรธที่เขาไม่รู้จักถอยเซี่ยชิงเหอมิได้หลบตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุด “ท่านลุงกุ้ย……ถือว่าข้าวิงวอนเถิด ปล่อยคุณหนูเจ็ดไปเถิดและโปรดอย่าบังคับคุณชายจินอีกเลย”ท่านลุงกุ้ยเลี้ยงดูเซี่ยชิงเหอมาตั้งแต่เล็ก รู้ดียิ่งกว่าใครว่านิสัยของเขาอ่อนโยนลังเลใจนัก แม้จะเป็นข้อดี หากก็อาจกลายเป็นหายนะในวันหนึ่งได้“ข้าบอกแล้วว่าเป็น