เพียงปรายมาเล็กน้อย เขาก็รีบปิดปากลงทันที วันนี้เขาได้ลิ้มรสแท้จริงของคำว่า ยิ้มแฝงคมมีดแล้วหลินถิงยังคงขุ่นเคืองกับเรื่องที่เขาทำร้ายต้วนซินหนิง จึงมิได้ชายตามอง ก้าวตรงไปหาต้วนหลิง เพียงแต่ในใจไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดดี ยามก่อนยังปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเซี่ยชิงเหอ แล้วตอนนี้จะอธิบายเช่นไรเล่า?เรื่องทั้งหมดล้วนต้นตอมาจากแม่ทัพเถื่อนคนนั้น หากเขามิได้คิดอกุศลกักนางไว้ เหตุการณ์ย่อมไม่เป็นเช่นนี้ ก็ช่างเถิด รอดูว่าต้วนหลิงจะซักถามสิ่งใด… น้ำมาปราการดินต้าน ทัพมาปราการขวางเซี่ยจื่อม่อไม่สอดแทรก ปล่อยให้ทั้งสองสนทนากัน เขาเพียงจูงม้าไปหาเซี่ยชิงเหอ คิดจะพาเขากลับค่าย เพราะเขามาลำพัง มิชำนาญวรยุทธ์ หากเดินกลับเองเกรงจะไม่ปลอดภัย“ไปเถิด ข้าส่งเจ้ากลับ”เซี่ยชิงเหอถอนสายตาจากสองคนนั้น หันไปมองแผลที่คอของเขา “คอของเจ้าบาดเจ็บได้อย่างไร?”“อย่าเอ่ยถามเลย”เซี่ยจื่อม่อสูดหายใจแรง แผลยังเจ็บไม่หาย แม้ลงยาแล้วก็ยังปวดแสบปวดร้อนหลินถิงมองแผ่นหลังทั้งคู่ที่กำลังเดินห่างออกไป ลังเลเพียงครู่ ก่อนเอื้อมแตะปลอกแขนของต้วนหลิงเบาๆ “เราไปเถิด”ต้วนหลิงพยักหน้าเล็กน้อย ทันใดนั้นเอง เขาก็ชักดาบซิ่วชุนจากเอว วาดเป็นเส้นโค้งกลางสายลมยามราตรี คมดาบแหวกความมืดพุ่งตรงไปยังเซี่ยชิงเหอที่ยังเดินไปไม่ไกล พลังสังหารพวยพุ่งแผ่วดังลมแต่แหลมคมดุจอัสนี!