ยงต่ำ “ข้าจะหาคนถ่วงท่านลุงกุ้ยไว้เอง แล้วจึงส่งเจ้ากลับออกไป”ไม่นาน คนที่เขาส่งไปก็ถ่วงท่านลุงกุ้ยไว้ได้จริง หลินถิงจึงอาศัยโอกาสนั้นหนีออกมาได้โดยไม่ติดขัดนัก ราวฟ้าดินล้วนเมตตาเขามิได้พาผู้ติดตามมาแม้แต่ผู้เดียว ด้วยปกติคนที่คอยคุ้มกันเขาก็เป็นคนของท่านลุงกุ้ยทั้งสิ้น หากใครล่วงรู้ว่าเขาจะส่งหลินถิงออกไป ท่านลุงกุ้ยคงรู้ตัวในทันที ฉะนั้นเขาจึงมาเพียงลำพังเขาส่งนางได้เพียงครึ่งทาง ห่างจากประตูเมืองอีกหลายลี้ และที่นั่นเอง ต้วนหลิงกับเซี่ยจื่อม่อได้รออยู่ก่อนแล้วทั้งสองยืนกลางทุ่งกว้าง มือยังจูงม้าไว้แววตาเซี่ยชิงเหอทอดมองไปยังต้วนหลิงก่อน ใบหน้าองอาจดั่งหยก ร่างสูงเพรียว เสื้อคลุมสีชาดพลิ้วไหวตามแรงลม กลางเกล้าประดับด้วยกวานหยกมีระฆังเล็กห้อยอยู่ ดังกริ่งแผ่วราวต้องยืนใกล้จึงได้ยิน ข้างเอวเขานอกจากพกดาบซิ่วชุนแล้ว ยังห้อยถุงหอมไว้ถึงสองถุง ทั้งคู่เหมือนกันทุกประการยามนั้นเซี่ยชิงเหอนึกถึงสิ่งที่หลินถิงถามตนเมื่อตอนกลางวันว่า เคยเห็นถุงหอมของนางหรือไม่? เท้าจึงชะงัก หันมากล่าวคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า “คุณหนูเจ็ด ข้าขออภัยแทนท่านลุงกุ้ยด้วย”หลินถิงได้ยินชื่อนี้พลันแตะไปที่หลังคอตน หากอยากให้ยกโทษให้ มีเพียงปล่อยให้นางฟาดสลบไปครั้งหนึ่งจึงจะพอใจ นางจึงมิได้ตอบแม้ครึ่งคำเซี่ยจื่อม่อที่ถูกต้วนหลิงดูแลมาทั้งวันแทบไม่เหลือแรง ครั้นเห็นหลินถิงก็ราวเห็นผู้ช่วยชีวิต “คุณหนูเจ็ด!”สายตาต้วนหลิง