้นเลือดปูดเด่นชัดเซี่ยจื่อม่อไม่อยากให้บิดาล่วงรู้ จึงมิได้เรียกผู้ใดเข้ามาช่วยพันแผล เขาทำเองหน้ากระจก กัดฟันจนตัวสั่น “คืนนี้ข้าจะไปกับท่าน ออกนอกเมืองเพื่อนำคุณหนูเจ็ดกลับมา”คนหนึ่งเป็นซื่อจื่อ อีกคนคือองครักษ์เสื้อแพร หากจะออกจากประตูเมือง ย่อมมิใช่เรื่องยากต้วนหลิงวางถ้วยชาลง “ดี”สายตาเซี่ยจื่อม่อพลันเหลือบเห็นถ้วยชา ร่างกายชะงักเล็กน้อย-ถ้วยนั้นแตกร้าว เส้นรอยร้าวแผ่กระจายไปทั่วทั้งถ้วย***ยามราตรี เมฆดำบดบังฟ้า มืดมิดไร้ดาวไร้เดือน หมอกหนาโอบคลุมทั้งในและนอกเมือง หลินถิงเพิ่งออกมาจากกระโจมของจินอันไจ้ ขณะยังยืนอยู่ด้านนอก เซี่ยชิงเหอก็ย่างก้าวเข้ามาหา เขาถือจดหมายฉบับหนึ่งที่เพิ่งอ่านจบในมือแล้วเอ่ยว่าจะส่งนางออกไปในคืนนี้นางมิได้แอบมองจดหมายนั้น เกรงว่าเป็นเรื่องลับ หากเผลออ่านเข้าเกรงจะไม่ได้ไป “มิใช่ว่าบอกพรุ่งนี้หรือ?เหตุใดถึงเปลี่ยนใจ?” ทว่าเมื่อคิดอีกที หลีกเลี่ยงเรื่องร้ายเสียแต่เนิ่นๆ ก็มิเลวเซี่ยชิงเหอลังเลครู่หนึ่ง แล้วส่งจดหมายให้นาง “อ่านเถิด เจ้าจะเข้าใจ”หลินถิงกวาดตามองอย่างรวดเร็ว จดหมายกล่าวถึงเรื่องที่ต้วนหลิงล่วงรู้ความลับว่าตนมีการติดต่อกับเซี่ยจื่อม่อแต่เวลานี้มิใช่สาระสำคัญ สำคัญกว่าคือเขาคิดจะส่งนางออกจากค่ายคืนนี้ แล้วจะทำเช่นไร? นางเองพอรู้ฤทธิ์เดชท่านลุงกุ้ยอยู่บ้าง หลังถูกเขาลอบทำร้ายเมื่อคืน จึงอดเป็นห่วงไม่ได้เซี่ยชิงเหอครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสี