้ยกลับลอยนวล ไร้ซึ่งโทษทัณฑ์ เขาถึงกับอยากก่นด่าบิดาออกมาเรื่องดีไม่เคยมีวันตกถึงเขา เรื่องร้ายกลับถาโถมไม่หยุด พลันภาพหน้าของต้วนซินหนิงผุดวาบในห้วงคำนึง ใจปวดร้าวเพราะเขาไม่อาจเอื้อมขอนางมาเป็นคู่ครอง เพียงเพราะบิดาต้องคดีคิดก่อกบฏต้วนหลิงเสียงเรียบตัดบทความรำพัน “ข้าจะต้องได้พบหลินเล่ออวิ๋นคืนนี้ หากไม่… เกรงว่าจะต้องลำบากท่านเซี่ยซื่อจื่อสักหน่อย”เซี่ยจื่อม่อ : “……”“คืนนี้หรือ? พรุ่งนี้ไม่ได้หรือ? ท่านวางใจเถิด คุณหนูเจ็ดย่อมปลอดภัยไร้ทุกข์”วันนี้ท่านลุงกุ้ยอยู่ในค่ายทัพทั้งวัน พรุ่งนี้ถึงจะออกไปครึ่งชั่วยาม เป็นช่วงเดียวที่เหมาะแก่การส่งตัวหลินถิงออกไป หากเลื่อนมาก่อนเวลา เกรงว่าท่านลุงกุ้ยจะรู้ตัว และเขาย่อมไม่ยอมปล่อยแน่ต้วนหลิงเพียงหรี่ตา ย้ำชัดอีกครั้ง “ข้าต้องได้พบหลินเล่ออวิ๋นคืนนี้”ใจเซี่ยจื่อม่อแทบอยากตายไปเสีย “ได้ ข้าจะเขียนจดหมายถึงเซี่ยชิงเหอ ให้ส่งตัวคุณหนูเจ็ดกลับมาในคืนนี้”ต้วนหลิงถึงได้ชักดาบกลับ คมดาบยังมีโลหิตเกาะพราว เขามิได้ใส่ใจประหนึ่งลืมไปแล้วว่าเกือบสังหารอีกฝ่ายเมื่อครู่ ยังหันมากล่าวอย่างสุภาพ “รบกวนท่านเซี่ยซื่อจื่อด้วย”เซี่ยจื่อม่อไม่กล้าเสียเวลา แม้เลือดไหลไม่หยุดก็ไม่ทันพันแผล รีบลงมือเขียนจดหมายส่งออกไปทันที ระหว่างนั้นต้วนหลิงเช็ดโลหิตบนดาบจนสะอาด แล้วนั่งลงจิบชาในห้อง เงียบสงบประหนึ่งวันวาน แต่หากมองดีๆ มือที่กุมถ้วยกลับออกแรงจนข้อนิ้วขาวซีด เส