ี่ยวข้องโดยตรงกับศึกนี้เซี่ยชิงเหอลำบากใจนัก “เขาคิดจะเกลี้ยกล่อมคุณชายจินให้หวนรับสถานะรัชทายาทราชวงศ์ก่อน ร่วมก่อการกับเรา แต่คุณชายจินปฏิเสธสิ้นเชิง”เรื่องนี้ตรงกับนิสัยของจินอันไจ้ หลินถิงมิได้แปลกใจนัก นางจึงรอฟังต่อ เซี่ยชิงเหอก้มหน้าลง “บังเอิญเขาได้ยินข้าสนทนากับท่านซื่อจื่อ กล่าวถึงเจ้าขึ้นมา จึงรู้ว่ารู้จักสนิทกับคุณชายจิน แล้วเข้าใจผิดความสัมพันธ์ของพวกเจ้า คิดจะใช้เจ้าบีบให้คุณชายจินยอมเข้าร่วมก่อการ”พอทราบว่าเป็นเพราะจินอันไจ้ หลินถิงก็พอเข้าใจ เหตุว่าหากกบฏมีข้ออ้างที่งามตา ย่อมราบรื่นขึ้นมาก แต่เข้าใจหาได้หมายความว่านางเห็นด้วย “ท่านไม่เคยรับปากข้าไว้หรือ ว่าจะไม่บังคับคุณชายจินให้ทำในสิ่งที่เขามิปรารถนา?”เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแน่วแน่ “คำที่ข้าพูด ข้าย่อมทำได้ ข้าย่อมไม่บีบให้คุณชายจินก่อการกบฏ”หลินถิงเรียบเรียงความคิด “ถ้าเช่นนั้น คำพูดท่านหมายความว่า-แม่ทัพคนนั้นปกปิดท่าน ลอบเข้ามาในเมืองเมื่อคืน จับตัวข้ามา โดยที่ท่านกับท่านซื่อจื่อมิได้ล่วงรู้มาก่อน”เมืองอันเฉิงอยู่ในกำมือของฝ่ายกบฏ ข่าวสารย่อมถูกรู้ถ้วนทั่ว จึงสามารถลอบเข้ามาในราตรี จับตัวนางออกไปโดยไร้ผู้ใดรู้เห็นเซี่ยชิงเหอพยักหน้า “ถูกต้อง”หลินถิงเดินตรงไปทางประตูม่าน “ดี ข้าเชื่อว่าท่านไม่รู้เรื่อง เช่นนั้นข้ากลับได้แล้วหรือไม่?”“ยังมิอาจได้”แววระแวงที่เพิ่งคลายหายกลับผุดขึ้นอีกครั้ง “หมายความว่าอย่างไร ยังมิอ