งเสียง เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาอย่างเบาเกือบไร้สำเนียง ราวกับเกรงจะรบกวนนางที่กำลังพักผ่อนนางกลั้นหายใจนิ่งเฉย รับรู้ได้ว่าผู้มาใหม่หยุดยืนอยู่ข้างแท่นไม้ จ้องมองอยู่นานเกือบครึ่งชั่วยาม แต่กลับไม่ยอมผละไป-สัญชาตญาณบอกนางว่าเป็นบุรุษแน่นอนทันใดนั้นเขายกมือขึ้นเล็กน้อย หลินถิงสะดุ้งในใจ กลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจลงมือสังหาร จึงไม่กล้าเสแสร้งอีกต่อไป รีบลืมตาขึ้นทันใด ไม่คาดคิดเลยว่าจะเห็นใบหน้าคมสะอาดของบุรุษผู้หนึ่ง-มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นเซี่ยชิงเหอ!หลินถิงเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง “คุณชายห้าสกุลเซี่ย? เมื่อคืนเป็นท่านที่สั่งคนมาจับข้าหรือ?” ไม่น่าแปลกใจที่ถูกขังอยู่ในค่ายทหาร มิใช่เรือน-นี่มันค่ายกองทัพกบฏโดยแท้!เซี่ยชิงเหอลดมือลง สายตาแฝงแววละอาย เอ่ยเบาๆ “คุณหนูเจ็ด”หลินถิงพลิกกายลุกจากแท่นไม้ ไม่สนใจเส้นผมที่กระเจิดกระเจิง “เมื่อคืนนี้ตกลงแล้วใช่ท่านที่สั่งการหรือไม่? ข้าอยากได้คำตอบชัดๆ”“ไม่ใช่”หลินถิงยังเต็มไปด้วยความสงสัย มิได้ปักใจเชื่อทันที “ถ้าเช่นนั้นเหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่าท่านเป็นผู้ช่วยข้าไว้?”เขานิ่งงันครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “คนที่จับตัวเจ้ามา…เป็นแม่ทัพคนหนึ่งใต้บังคับบัญชาของข้า”“จับข้ามาด้วยเหตุอันใดกัน?” หลินถิงขมวดคิ้ว นางหาได้มีฐานะสำคัญใดๆ จะว่าเพื่อข่มขู่ต้วนหลิงก็มิใช่-เขาเป็นเพียงองครักษ์เสื้อแพรที่มาเมืองอันเฉิงเพื่อสืบข่าว มิได้มีอำนาจเก