ันร่างทรุดฮวบลงนางเห็นถุงหอมที่เอวหลุดร่วง กลิ้งตกลงบนแผ่นศิลา ปกคลุมด้วยฝุ่นละออง…แล้วสติพลันดับวูบครั้นลืมตาขึ้นอีกครั้ง หลินถิงพบว่าตนถูกนำมาขังไว้ในกระโจมแปลกตา นางลูบต้นคอที่ยังเจ็บปวด ด่าทอผู้ที่ทำให้นางหมดสติอยู่ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นสำรวจรอบด้านภายในกระโจมมีเพียงเตียงไม้อย่างง่ายที่พับเก็บได้หนึ่งตัว และชุดโต๊ะเก้าอี้หนึ่งชุด ไม่ปรากฏสิ่งอื่น นางก้าวไปเทน้ำชาดื่ม หากผู้ที่ลักพาตัวนางปรารถนาชีวิต นางคงสิ้นชีพไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงยาพิษในน้ำชาดื่มจนหมดจอก หลินถิงเหลือบมองม่านหน้ากระโจมที่มีคนยืนเฝ้าอยู่ ไม่ได้บุ่มบ่ามออกไป แต่กลับนั่งลงครุ่นคิด-เป็นฝีมือของต้าเสวี่ยหนีที่เพิ่งพบเมื่อวานหรือไม่? ทว่าหัวใจกลับบอกว่าน่าจะมิใช่สายตานางกวาดไปรอบๆ อีกคราหนึ่ง ผนังกระโจมมีแสงลอดเข้ามาได้บางส่วน ยืนยันได้ว่าเป็นเวลากลางวัน อีกทั้งท้องยังไม่หิวจัด แสดงว่านางมิได้ถูกจับมานาน เพียงสิ้นสติผ่านค่ำคืนเดียวเท่านั้น ไม่รู้ว่าต้วนหลิงจะทันสังเกตหรือไม่ว่านางถูกลักพาตัวไป หวังว่าเขาจะไม่มัววุ่นวายจนทั้งคืนไม่กลับจวนหรอกนะแต่ช่างเถิด-พึ่งตนเองย่อมแน่แท้กว่า หลินถิงกำลังคิดจะย่องไปยังประตูม่านเพื่อแอบดูสถานการณ์นอกกระโจมก็พลันมีผู้ย่างก้าวเข้ามา นางรีบล้มตัวลงบนแท่นไม้ ดึงผ้าห่มคลุมกาย แสร้งทำเป็นหลับใหลม่านถูกยกขึ้น แสงตะวันสาดรินเข้ามา เงาร่างสูงโปร่งทอดยาวลงบนพื้น หลินถิงตั้งใจเงี่ยหูฟั