าจได้?”สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ “คุณหนูเจ็ดหาได้รู้ไม่ แม่ทัพผู้นั้นมีอำนาจสูงในกองทัพ หากข้าไม่อาจเกลี้ยกล่อมให้เขาถอนใจเสียก่อน ข้าเกรงว่าเขาจะทำร้ายเจ้าได้”หลินถิงมิได้เชื่อถ้อยคำของเขา “ท่านคือผู้นำของพวกเขา คำพูดท่านมีน้ำหนัก เหตุใดพวกเขาจะกล้าขัด?”เซี่ยชิงเหอเอ่ยอย่างอดทน “เขาเคยร่วมเป็นร่วมตายกับบิดาข้ามาหลายปี นับได้ว่าเป็นสหายร่วมชะตา ดุจบิดาอีกคนหนึ่งของข้า หลังจากบิดาข้าสิ้นชีพลง กองทัพสกุลเซี่ยจึงติดตามเขามาจนทุกวันนี้ ตั้งแต่ก่อตั้งกองทัพ เขาก็อยู่เคียงข้างข้ามาโดยตลอด”หลินถิงมองลึกไปยังดวงตาเปี่ยมด้วยความจริงใจของเขา จึงยอมเชื่อในที่สุด “ท่านก็เป็นผู้นำที่ช่างน่าสมเพชนักหากเกลี้ยกล่อมเขาไม่ได้ ข้าจะทำเยี่ยงไรเล่า ข้ามิอาจอยู่ที่นี่ตลอดไปได้หรอกนะ”เซี่ยชิงเหอเอ่ยเสียงจริงจัง “ข้าขออภัย”หลินถิงกลับร้อนรุ่มหัวใจ “สิ่งที่ข้าต้องการมิใช่คำขอโทษ แต่ท่านต้องให้กำหนดเวลา ข้าไม่อาจรอได้เนิ่นนานนัก” แม้การอยู่ที่นี่จะเอื้อให้นางได้สืบข่าวของเซี่ยจื่อม่อ ได้พบหน้าเขาเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ แต่หากคิดถึงต้วนหลิง…นางย่อมไม่อาจนิ่งเฉย“สามวัน เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร?” เซี่ยชิงเหอเสนอเวลา“นานเกินไป” หลินถิงปฏิเสธ “หนึ่งวันเท่านั้น พ้นวันนี้ไป ไม่ว่าท่านจะเกลี้ยกล่อมสำเร็จหรือไม่ พรุ่งนี้ท่านต้องปล่อยข้าไป”เซี่ยชิงเหอเห็นนางยืนกรานหนักแน่น แม้ไร้ความมั่นใจว่าจะเกลี้ยกล่อมได้ภายใน