หนึ่งวัน แต่ก็พยักหน้ารับปาก“ตกลง ข้าสัญญา ไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ พรุ่งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”หลินถิงเอ่ยถ้อยคำเสียจนคอแห้ง รีบยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนเอ่ยต่อ “แล้วตอนนี้ จินอันไจ้อยู่แห่งหนใด ข้าอยากพบเขาสักครา”“คืนนี้ข้าจะจัดให้เจ้าทั้งสองได้พบกัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?” เขาเอื้อนเอ่ยเชิงขอความเห็น“ก็ดี” หลินถิงตอบรับไม่นาน เซี่ยชิงเหอกลับเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่ยังอุ่น “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจยังมิอยากรับประทาน แต่ถึงอย่างไรก็ควรทานสักนิด”‘ข้ามีความอยากอาหารอยู่หรอก’ หลินถิงคิดในใจนางรับถ้วยตะเกียบมา แต่ก่อนจะคีบอาหารพลันนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงถามอย่างระแวดระวัง “คุณชายห้าสกุลเซี่ย อาหารพวกนี้…ท่านมิใช่ผู้ทำเองหรอกนะ?”เซี่ยชิงเหอส่ายหน้า “มิใช่ ข้าช่วงนี้ยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาลงครัว หากคุณหนูเจ็ดอยากลิ้มรสฝีมือข้า ข้าสามารถไปทำให้ได้บัดนี้” เอ่ยพลางจะยกถาดอาหารออกไปหลินถิงรีบยกมือห้าม “ไม่ต้องลำบากหรอก ข้ากินอย่างไรก็ได้ ไม่รบกวนท่านหรอก”เขาพยักหน้าช้าๆ “นับว่าลำบากคุณหนูเจ็ดแล้ว”ความจริงแล้ว…ตราบใดที่มิใช่อาหารที่เขาปรุงเอง ต่อให้เป็นขนมปังก้อนแห้งไร้เนื้อหนัง หลินถิงก็พร้อมยอมรับนางเกรงเพียงอย่างเดียว-มิใช่ว่าอาหารมีพิษ หากแต่เกรงว่าเป็นฝีมือการปรุงของเขาต่างหาก!เมื่อแน่ใจแล้วว่าอาหารมิได้ผ่านมือเซี่ยชิงเหอ หลินถิงจึงลงมืออย่างเบิกบาน กินเสียจนหมดถาด เซี่ยชิงเหอแต่เดิมกังวลว่านางถูกกักขังเช่นนี้