บทันควันเหล่าองครักษ์เสื้อแพรเมื่อเห็นต้าเสวี่ยหนี รีบก้าวออกมายืนขวางหน้านาง ใช้ร่างตนปกป้อง พร้อมคำนับรายงาน“คารวะท่านผู้ตรวจการ”ต้าเสวี่ยหนีมิได้ก้าวเข้าใกล้ เพียงยกมือรวบปกคอเสื้อ พลางแค่นเสียงเย็นชา มิได้สนใจพวกเขาแม้แต่น้อย“คุณหนูหลิน มิได้พบกันนานนัก”“ท่านผู้ตรวจการ” หลินถิงขานรับนัยน์ตาเขาหรี่ลง น้ำเสียงดุจดุด่าว่ากล่าว “เจ้ากล้าตามใต้เท้าต้วนมาถึงอันเฉิง… ใจช่างกล้าไม่น้อย”หลินถิงค่อยๆ เดินออกมาจากเงาร่างองครักษ์เสื้อแพร ยืนประจันลมเย็น มองสำรวจต้าเสวี่ยหนีอย่างยากคาดเดาเจตนา เอ่ยด้วยรอยยิ้มที่มิถึงดวงตา“เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่ท่านผู้ตรวจการพึงกังวลกระมัง”ต้าเสวี่ยหนีก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว “คุณหนูหลิน มิหวาดกลัวนักหรือ ว่าจะสิ้นชีพในอันเฉิงแห่งนี้”“ท่านผู้ตรวจการกำลังข่มขู่ข้าหรือ?” นางย้อนถามทันทีเขาจัดคอเสื้อให้เรียบร้อยอีกครั้ง แต่ก็รีบวางมือลงบนเตาอุ่นในมือ รับไออุ่นไว้พลางเอ่ยอย่างหยอกเย้าชวนให้หมั่นไส้“ใต้เท้าต้วนคือคนโปรดข้างพระวรกายใต้หล้า บัดนี้คุณหนูหลินแต่งกับเขาแล้ว… จะให้ข้ากล้าข่มขู่เจ้าหรือเล่า”ถ้อยคำแฝงเสียดสี หลินถิงจะฟังไม่ออกได้อย่างไร นางยกยิ้มบาง “ไม่ทราบว่าท่านผู้ตรวจการมาที่นี่เพื่อสิ่งใดหากจะหาต้วนหลิงล่ะก็ เขามิได้อยู่ ท่านอยากพบก็ไปถามข่าวที่ศาลาว่าการเอาเถิด”ตำแหน่งนี้ห่างเรือนเพียงไม่กี่ก้าว หลินถิงมิอาจเชื่อว่าต้าเสวี่ยหนีเพียงผ่านมาโดยบังเอิญ ย่