อมเป็นการตั้งใจมาเยือนโดยตรงต้าเสวี่ยหนียกคิ้วขึ้น “ข้ามิได้มาหาใต้เท้าต้วน แต่ข้ามา… หาเจ้า”“หาข้า?”แม้สีหน้านางยังคงสงบ หากในใจกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ท่านผู้ตรวจการมาหาข้าด้วยเหตุใดกัน?”นางมีเพียงองครักษ์เสื้อแพรสองนายอยู่ข้างกาย ขณะที่อีกฝ่ายมีคนติดตามนับสิบ หากเกิดการลงมือ ย่อมไม่ใช่คู่มือแน่นอนต้าเสวี่ยหนีเอ่ยขึ้นกะทันหัน “วันนี้เจ้ามาเห็นข้าอยู่ในอันเฉิง เจ้าคิดสิ่งใดบ้างเล่า?”คำถามนี้ทำให้หลินถิงนิ่งคิด ตงฉ่างมิอาจลอบเข้ามาโดยไม่แจ้งต่อฮ่องเต้เจียเต๋อ เนื่องเพราะในอันเฉิงมีทั้งองครักษ์เสื้อแพร หากแอบมาย่อมไม่รอดพ้นสายตา ดังนั้นการที่ต้าเสวี่ยหนีมาปรากฏตน ณ อันเฉิงครั้งนี้ ย่อมเป็นเพราะพระราชโองการหากเป็นเช่นนี้ เหตุย่อมมีสองประการ — หนึ่ง ฮ่องเต้ให้ความสำคัญต่ออันเฉิงนัก มิอาจปล่อยให้ผิดพลาด สองคือทรงมิได้ไว้วางใจต้วนหลิงอีกต่อไปแล้วหากเป็นข้อแรก นางมิได้ใส่ใจนัก หากเป็นข้อหลัง… เรื่องนี้หาเล็กน้อยไม่ หากฮ่องเต้เริ่มมีใจระแวง ขุนนางย่อมไม่อาจหลีกหนีเคราะห์กรรม ดังคำโบราณว่าไว้ “กษัตริย์อยากให้ขุนนางตาย ขุนนางย่อมต้องตาย”เหตุใดอยู่ดีๆ ฮ่องเต้จึงมิไว้วางใจต้วนหลิงเล่า หรือทรงคิดว่าองครักษ์เสื้อแพรเองก็อาจหักหลังต้าเหยียนได้เช่นนั้นหรือ?หลินถิงจึงย้อนถามกลับเสียงเรียบ “วันนี้ข้าเห็นท่านปรากฏกายในอันเฉิง… ข้าควรจะคิดสิ่งใดเล่า?”ต้าเสวี่ยหนีรู้อยู่แก่ใจว่านางหาใช่สตรีโง่เข