ลา เพียงแต่ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยสิ่งที่คิดออกมาเท่านั้น จึงหัวเราะเยาะเย้ยว่า “ไม่มีผู้ใดจักได้ความไว้วางใจจากใต้หล้าตลอดไป ต่อให้เป็นใต้เท้าต้วนก็ตามที”หลินถิงยังคงยกยิ้มจอมปลอม เอื้อนถ้อยอย่างไร้ช่องโหว่ “ข้ามิอาจเข้าใจในวาจาของท่าน”ชายผู้นั้นสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือเย้ยหยัน “เจ้ามิใช่คนโง่งม เหตุใดจักไม่เข้าใจคำของข้าเล่าเกรงแต่ว่าเจ้าไม่อยากเข้าใจเสียมากกว่า ที่ผ่านมาข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า ใต้เท้าต้วนหาได้รุ่งโรจน์ยืนยาว เจ้ากลับไม่เชื่อ แถมยังเลือกเข้าพิธีแต่งงานกับเขา”หลินถิงทำหูซ้ายรับหูขวาทิ้ง เอ่ยถามตรงไปตรงมา “ข้ามักใคร่รู้ยิ่งนัก เหตุใดท่านจึงคอยกล่าวถ้อยเหล่านี้กับข้าเสมอ?”ทว่าต้าเสวี่ยหนีกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ซ้ำยังพูดเรื่อยเปื่อยต่อไป “ใช่ว่ามีสหายพเนจรชื่อจินอันไจ้หรืออย่างไร?ข้าเห็นเขาไม่เลว หากเจ้ากับต้วนหลิงหย่าร้างกันเสีย…”หลินถิงฟังพลันขมวดคิ้วแน่น เขาเป็นถึงผู้ตรวจการตงฉ่าง จะสืบได้ว่านางมีสหายชื่อจินอันไจ้ก็มิใช่เรื่องประหลาด แต่คำพูดนี้ช่างวิปลาสยิ่งนัก กลับมาชักชวนให้นางหย่าร้างกับต้วนหลิง แล้วไปอยู่กับจินอันไจ้แทน!โดยแท้จริง หลินถิงเห็นว่าต้าเสวี่ยหนีคงสมองพิการเป็นแน่ ครั้งก่อนมาขัดขวางมิให้แต่ง ครั้นแต่งแล้วก็ยังมาหาเรื่องให้นางหย่าอีก คราวนี้ยังกล้าพูดออกมาต่อหน้าองครักษ์เสื้อแพรสองนายโดยไม่สะทกสะท้าน หลินถิงไม่อาจทนฟังต่อ จึงเก็บรอยยิ้มจ