นโปรยลงจากฟ้า ทว่าถูกร่มน้ำมันกั้นไว้หมด รอบตัวเหลือเพียงเสียงฝนซัดลงพื้นดังซ่าๆ เมื่อเทียบกับความเร่งเร้าของฝน เสียงของต้วนหลิงกลับสงบนุ่มนวล“อืม… ข้ารอเจ้ากลับมาตลอด”หัวใจของหลินถิงเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ ราวมีกระแสไฟไหลผ่าน ก่อความอุ่นซ่านปนชาหนึบไปทั้งร่างนางรีบเบี่ยงเรื่อง “ข้าออกจากห้องส้วมมา ได้ยินว่ามีคนลอบสังหารรัชทายาท ท่านเป็นองครักษ์เสื้อแพร เหตุใดไม่ไปช่วยจับมือสังหาร?”แรกเริ่มพวกขุนนางและทหารมัวแต่ไล่ล่า จึงมิได้ตะโกนบอกว่ามีมือสังหาร แต่เมื่อทั่วเมืองถูกสั่งปิด ข่าวรัชทายาทถูกลอบปลงพราชนม์ก็กระจายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการที่นางรู้เรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกต้วนหลิงเช็ดฝนบนใบหน้านาง และซับฝนบนเส้นผมนาง ปลายนิ้วของเขาไม่เคยผละจากตัวนางเลย“ครานี้กององครักษ์เสื้อแพรถูกส่งมาเมืองอันเฉิง ก็เพื่อสืบข่าวและเฝ้าจับตาขุนนางประจำเมืองเท่านั้น เรื่องอื่นหาใช่กิจของกององครักษ์เสื้อแพรไม่ รัชทายาทถูกลอบปลงพราชนม์ ย่อมมีองครักษ์เงาและขุนนางยื่นมือจัดการ”หลินถิงเพียงรับเสียง “อืม” นางเองก็มิได้อยากให้ต้วนหลิงเข้าไปพัวพันในเรื่องนี้นักต้วนหลิงลูบไล้เส้นผมนาง ดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผม พลางเอ่ยเหมือนถามลอยๆ “เจ้ารู้เรื่องรัชทายาทถูกลอบปลงพราชนม์ ก็ตอนออกมาจากห้องส้วมหรือ?”“ใช่ ก่อนจะไปข้าก็ได้ยินเสียงบนถนนเหมือนกำลังไล่จับใครอยู่ แต่ท้องมันปั่นป่วนเกินไป ข้าคิดว่าแค่จับโจรธรรมดา จึง