มิได้ พอช้าไปก็สาย แต่ขนมนั้น… รอได้”หลินถิงรู้สึกว่าเขาแฝงความหมายไว้ในถ้อยคำ เขาวางกาน้ำชาลง “เจ้าว่าร่างกายไม่สบาย ตอนนี้เป็นอย่างไร?ระหว่างทางกลับมีร้านขายยา จะให้หมอดูให้หรือไม่”นางเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม “เสร็จธุระแล้วก็ดีขึ้น คงเพราะเผลอกินอะไรผิดไป ไม่ต้องไปหาหมอหรอก คืนนี้ทั้งเมืองตั้งด่านตรวจ หลายร้านก็ปิดกันหมด เกรงว่าร้านขายยาก็คงปิดแล้วเช่นกัน”ต้วนหลิงเหลือบมองกงล้อกระดาษสองอันในรถ ก่อนหันไปมองฝนด้านนอก เอ่ยเสียงเรียบ “คงเป็นเพราะเจ้าบังเอิญกินอาหารจานใดจานหนึ่งของโรงเตี๊ยมนี้ที่ไม่สะอาด ต่อไปเวลาออกไปข้างนอกเราคงต้องระวังมากขึ้น”หลินถิง “…” ฟังแล้วเหมือนตนช่างโชคร้ายยิ่งนักชั่วเวลาสองถ้วยชา รถม้าก็มาถึงหน้าประตูจวน หลินถิงลงจากรถแล้วตรงกลับห้อง เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ทันทีเพราะชุดที่เพิ่งซื้อมาเปียกฝนจนชื้น หากสวมไว้นานในคืนที่อากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็นเช่นนี้ คงได้ป่วยแน่เหตุที่มิได้รออาบน้ำก่อนเปลี่ยนชุด ก็เพราะสาวใช้ยังต้องใช้เวลาเตรียมน้ำอุ่น นางเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็นั่งบนตั่ง ใช้ผ้าป่านซับผม ขณะรอสาวใช้นำอ่างน้ำมาส่ง ส่วนต้วนหลิงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองนางเงียบๆเมื่อรู้สึกถึงสายตา นางพลิกผมถาม “เหตุใดท่านมองข้าเช่นนั้น?”“ให้ข้าช่วยหรือไม่?”หลินถิงพลันรู้สึกร้อนขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ต้อง ข้าทำเองได้”ไม่นานสาวใช้ก็เคาะประตู ยกน้ำเข้ามาเทลงอ่างไม้สะอาด แม้ฝีมือไม่ว่องไวเท่าคนในจวนต้