นางจากไปหลินถิงเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนเชิดคาง “ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร หากไม่รอด ข้าก็จะโยนเจ้าทิ้งแล้วหันหลังวิ่งหนีอยู่ดี ชีวิตข้าน่ะสำคัญที่สุด”นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า “หากพวกเขามาเห็นข้าอยู่กับเจ้า ข้าจะฟันเจ้าหนึ่งดาบ แล้วอ้างฐานะภรรยาของขุนนางกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร จับเจ้าส่งให้ได้ความชอบต่อหน้ารัชทายาท”เอ่ยจบนางก็ดึงมีดสั้นออกมา จินอันไจ้มิได้กล่าวสิ่งใด แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าหลินถิงย่อมทำได้จริง… ทว่าก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยนางก็เผื่อทางรอดให้ตนเองไว้แล้วตรอกซอยวกวนซับซ้อนราวกับเขาวงกต แต่หลินถิงกลับก้าวไปอย่างมั่นคง ทุกครั้งที่ได้ยินฝีเท้าด้านหน้าก็เปลี่ยนเส้นทางทันที ความว่องไวมิด้อยไปกว่าเขาเลย ระหว่างนั้นจินอันไจ้รู้สึกว่าวิชาตัวเบาของนางดีกว่าเดิม จึงเอ่ยถาม“เจ้ามิได้แอบไปฝึกวิชากับใครอื่นหรือ?”นางชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบ “ก็พอจะนับได้”จากนั้นจึงเลี้ยวเข้าสู่ซอยใหม่อีกสาย “หลังจากข้าแต่งงานกับต้วนหลิงไม่นาน เขามอบตำราหนึ่งเล่มให้ข้า บอกให้ฝึกตาม หากไม่เข้าใจก็ถามเขา ข้าฝึกมาอยู่พักหนึ่งแล้ว”จินอันไจ้พยายามไม่ให้ตนเองหมดสติ จึงพูดต่อ “ว่าแล้วเชียว เจ้าถึงเลิกใช้กระบวนท่าที่ข้าสอน ลีลายังคล้ายเขาอยู่บ้าง วิชาที่เขาสอนเหมาะกับเจ้ามากนัก อีกไม่นานอาจเป็นยอดฝีมือได้”หลินถิงพยุงเขาไปอีกครู่ก็เริ่มอ่อนแรง แม้เขาดูผอม แต่กลับหนักไม่น้อย นางเช็ดเหงื่อแล้ว