หอบหายใจ “เช่นนั้นเจ้าก็พยายามรอดให้ได้ รอวันที่ข้ากลายเป็นยอดฝีมือ จะได้ซัดเจ้าสักที”จินอันไจ้เงียบไม่ตอบ ไม่นานหลินถิงหยุดอยู่หน้ากำแพงหนึ่ง คิดจะปีนข้ามเข้าไปหลบในเรือน เขาขมวดคิ้ว “ข้าบัดนี้ไร้เรี่ยวแรง จะปีนมิได้ อีกทั้งตัวเจ้าก็ยังไม่เก่งพอจะพาคนข้ามกำแพงไปได้”นางชี้ไปที่ช่องตรงตีนกำแพงอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า “เจ้ามุดเข้าไป ข้าจะปีนข้าม”จินอันไจ้มองตาม จึงเห็นรูสุนัขใต้กำแพง เขาเคยชินกับการเหยียบหลังคา จึงไม่ใส่ใจสิ่งใกล้พื้นเช่นนี้ แต่ในเมื่อจำต้องยืดหยุ่น เขาก็ก้มตัวมุดเข้าไป เมื่อเขาผ่านไปได้ หลินถิงก็ใช้ปลายเท้าดันตัว มือเกาะขอบกำแพง ก่อนจะพลิกตัวข้ามไปในพริบตาเรือนหลังนี้รกร้าง สนามหญ้าด้านในมีเพียงวัชพืชขึ้นรก จินอันไจ้ล้มตัวลงนอน หลับตาอย่างไร้แรงจะยืน หลินถิงกำลังจะดึงเขาขึ้น ก็มีคนกระโดดข้ามกำแพงตามมา และไม่ใช่เพียงคนเดียว ฉับพลันนางควักผงยาสลบโปรยออกไปกลิ่นยาพลันลอยฟุ้งตามแรงลม เซี่ยจื่อม่อรีบคว้าแขนเซี่ยชิงเหอถอยหลังทันทีเซี่ยชิงเหอปิดปากจมูก พลางเอ่ยเสียงดัง “คุณหนูเจ็ด ข้าเอง”เขาไร้วิชาต่อสู้ ถูกเซี่ยจื่อม่อฉุดลากพาเข้ามา แต่พอเท้าสัมผัสพื้น ก็โดนผงยาสลบต้อนรับเกือบสิ้นสติ มือที่กุมมีดสั้นของหลินถิงคลายออกทันที นางเพ่งมองทั้งคู่ไม่วางตา“คุณชายห้า…ท่านเซี่ยซื่อจื่อ? เหตุใดพวกท่านจึงมาอยู่ที่นี่?”ครั้นกลิ่นยาสลบจางไป เซี่ยชิงเหอก็ลดมือลงจากปากจมูก “คุณชายจินเป็นอย่าง