ี่ยว อย่างไรก็ดี วันนี้อาการดีกว่าก่อนมาก นางรู้สึกว่าตนใกล้จะปรับตัวกับเมืองอันเฉิงได้แล้วครั้นกินเสร็จ ฝนยังคงโปรยหนัก หนังสือที่เคยซื้อมาก่อนหน้านี้ก็อ่านจบหมดแล้ว นางจึงนั่งเบื่อหน่ายอยู่ครู่หนึ่งเมื่อฝนเริ่มซาลง ความคิดจะออกไปหาซื้อหนังสือเพิ่มก็เกิดขึ้น นางหยิบร่มออกมา ทหารสองนายซึ่งเป็นองครักษ์เสื้อแพรที่เฝ้าหน้าจวนก็หยิบร่มตามไป รักษาระยะห่างไม่ใกล้ไม่ไกลหลินถิงรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาตามคุ้มกัน จึงหันไปบอกความตั้งใจ “ข้าจะไปหอหนังสือ ซื้อหนังสือสักหน่อย”หนึ่งในพวกเขาพยักหน้า “ขอรับ”นางหมุนร่มกระดาษน้ำมันสีฟ้าอ่อน ละอองฝนไหลผ่านภาพนกขาวที่วาดบนผืนร่มหยดกระทบพื้นกระเซ็นขึ้นมาเล็กน้อย สาดโดนชายกระโปรงของนาง“พวกเจ้าวันนี้ท่านรองผู้บัญชาการของพวกเจ้าอยู่ที่ศาลาว่าการหรือ?”“ขอรับ”“เมื่อวานก็อยู่ที่ศาลาว่าการเช่นกันหรือ?”“ขอรับ”ได้ยินคำว่าขอรับติดต่อกันสามครั้ง หลินถิงก็อดยิ้มขำไม่ได้ หันไปมองพวกเขา “พวกเจ้าพูดได้แต่คำนี้หรือ?”“ขอรับ…ไม่ใช่” อีกคนตอบอย่างลังเล “ท่านอยากให้พวกเราพูดสิ่งใดหรือ?”นางส่ายหน้าเบาๆ “ช่างเถิด พวกเจ้าตามสบายเถิด”แล้วจึงก้าวลุยน้ำขึ้นรถม้า “ไม่มีอะไรหรอก”เมื่อถึงหอหนังสือและเลือกซื้อเสร็จ ฝนกลับเทลงมาแรงกว่าเดิม แม้ตนจะมากับรถม้าไม่เปียกฝน แต่สององครักษ์แม้จะมีร่มก็ย่อมโดนสาดจนชุ่มอยู่ดี ในเมื่อมิได้รีบร้อนกลับจวน หลินถิงจึงตัดสินใจ นั่งอ่านหนังสือที่หอหนังสือ