ลับที่สายผูกกระโปรงของนาง จัดให้เรียบร้อยหลินถิงเห็นเขาก้มผูกถุงเครื่องหอมให้ ก็เอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “ถุงหอมตกตั้งแต่เมื่อใดกัน?”กล่าวพลางก็นึกได้ คงหล่นไปตอนนางลงมือฟาดฟันเซี่ยจื่อม่อ เพราะกิริยารุนแรงเกินไป สิ่งที่ผูกอยู่เอวย่อมโยกคลอน ถ้าเป็นถุงเงินซึ่งหนักย่อมรู้สึกได้ทันที แต่ถุงหอมเบานัก หล่นไปก็มิรู้สึกปลายนิ้วเรียวยาวของต้วนหลิงยังคงหยุดอยู่ที่เอวนางชั่วครู่ ก่อนจะผละออก ยืดกายขึ้นมองนางพร้อมรอยยิ้มตรงมุมปาก“เจ้ามักทำของหล่นเสียบ่อย คราวก่อนเป็นปิ่นทอง ครานี้เป็นถุงหอม”หลินถิงชูมือราวกับให้สัตย์สาบาน “ต่อไปข้าจะเลิกนิสัยทำของหายนี้ให้ได้”เขาไม่เอ่ยอะไรต่อ หลินถิงจูงเขาลงบันไดไปหาเจ้าของหอชมบุปผา ด้วยจิตสำนึกไม่ยอมจากไปโดยไม่ชดใช้ค่าเสียหาย จึงเอ่ยตรงๆ ว่า “ข้าถีบประตูจนเสียหาย ต้องชดใช้เท่าใด?”เจ้าของหอชมบุปผาสะดุ้งโหยง รีบโบกมือพลางกล่าว “เสียก็เสียไปเถิด ไม่ต้องชดใช้ดอก ขอเพียงคุณชายคุณหนูพอใจก็พอ”“อะไรที่ว่า ขอเพียงคุณหนูพอใจก็พอ” ประโยคนั้นชวนให้ฟังแปลกประหลาดอยู่บ้างหลินถิงแม้จะใจอ่อน แต่ก็ยังหยิบถุงเงินของตนออกมา ถุงเงินที่ต้วนหลิงให้ นางได้คืนให้เขาไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว“ไม่ได้ดอก หากข้าไม่ชดใช้ ใจย่อมไม่สงบ บอกเถิดว่าต้องใช้เท่าใด”เจ้าของหอชมบุปผาถึงกับทำท่าจะคุกเข่าลงตรงหน้า หลินถิงตาไว รีบพยุงไว้ด้วยความงุนงง “นี่ท่านทำสิ่งใดกันข้าเพียงชดใช้ค่าเสียหาย หาใช่เอาชีว