ใจดูอยู่บ้าง ทว่าพอความคิดวกไปถึงเรื่องเมื่อคืนใจก็ไม่อยู่กับการแสดง ยิ่งเมื่อใกล้ยามเที่ยงต้องไปพบจินอันไจ้ที่โรงน้ำชา ก็ยิ่งไม่มีอารมณ์จะดู “ก็พอใช้ได้”“เจ้าชอบการแสดงใดที่สุด?”นางมิได้ดูอย่างละเอียด จดจำได้เพียงการแสดงแรก แต่หากบอกว่าชอบการแสดงแรกเกรงว่าจะดูเหมือนไม่ใส่ใจเพราะการแสดงนั้นเป็นไปตามแบบแผน ไม่มีสิ่งใดพิเศษนอกจากความกระตือรือร้นของผู้แสดงครั้นคิดดังนั้น นางจึงไม่เลือกการแสดงแรก แต่เปลี่ยนคำตอบ “การแสดงที่สาม”ต้วนหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “การแสดงที่สาม?”น้ำเสียงของเขาทำให้นางรู้สึกไม่สู้ดี “เหตุใดหรือ เจ้าเห็นว่าการแสดงที่สามไม่ดีหรือ?” ในเมื่อเอ่ยไปแล้วก็ยากจะเปลี่ยนคำพูดกลางคันต้วนหลิงยกถ้วยชาที่นางเพิ่งดื่มขึ้นจิบ “เดิมทีเจ้าชอบการแสดงเช่นนั้นรึ”การแสดงเช่นนั้น? การแสดงที่สามเป็นสิ่งใดกันแน่? น่าเสียดายที่นางไม่อาจถามออกไปได้ มิฉะนั้นก็เท่ากับยอมรับว่าเมื่อครู่ตนไม่ได้ดูจริง หากไม่ติดว่าต้วนหลิงยังอยู่ นางคงสุ่มคว้าผู้ใดก็ได้มาถามแล้วต้วนหลิงเอ่ยเตือน “ใกล้ยามเที่ยงแล้ว พวกเราควรไปโรงน้ำชาหรือไม่?”เมื่อเรื่องสำคัญอยู่ตรงหน้า หลินถิงก็ไม่คิดถึงเรื่องนั้นอีก “ใช่ ควรไปได้แล้ว” จินอันไจ้เห็นว่าพวกเขามาด้วยกันคงไม่โผล่มาให้เห็นง่ายๆ แต่จะหาวิธีอื่นส่งข่าวมาแทนโรงน้ำชามีผู้คนอยู่ไม่น้อย พวกเขาเลือกนั่งที่โต๊ะด้านหน้าสุด หลินถิงทำท่าอย่างผ่อนคลาย สั่งเมล็ดแตงโมคั่วหนึ่งจานกั