นมาระยะหนึ่งแล้ว นางก็เริ่มคุ้นชินกับความใกล้ชิด อีกทั้งต้องยอมรับว่า…นางชอบสัมผัสใกล้ชิดเช่นนี้อยู่บ้างดังนั้นหากเขาจะทำสิ่งใด ก็ตามใจเถิดเพียงแต่การที่ต้วนหลิงจุมพิตที่ตรงนั้น ให้ความรู้สึกแก่หลินถิงแรงกล้าเกินไป นางไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ขาจึงแทบเป็นตะคริว และสุดท้ายก็เลือกผลักเขาออกหากตอนนั้นนางไม่ผลักออก ริมฝีปากและปลายลิ้นของเขาคงจะล่วงล้ำเข้าไปลึกยิ่งกว่านี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าว จึงไม่คิดดื่มสุราที่ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นของโรงเตี๊ยม แต่หันมารินชาสมุนไพรเย็นดับร้อนแทนกำลังจะรินถ้วยที่สาม ต้วนหลิงกลับวางมือกดลงบนหลังมือของนาง นางหันมามองเขา ริมฝีปากแดงสดกับฟันขาวสะอาด มือหนึ่งถือดอกไม้ อีกมือยังคงกดบนหลังมือของนาง ดวงตายกขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางแสงรางๆ ราวโฉมงามเอกในโรงละครเสียยิ่งกว่าโฉมงามบนเวที ทุกกิริยาล้วนชวนให้วิญญาณหลุดลอย“เจ้าร้อนหรือ?”หลินถิงรู้สึกว่าหลังมือนั้นถูกบางสิ่งราวขนนกปัดผ่าน ความคันซ่านลึกลงไปถึงหัวใจ ทำให้ร่างกายยิ่งร้อนผ่าวนางรีบสะบัดมือเขาออก “อืม…ข้าร้อน”อากาศในเมืองหลวงเริ่มเย็นลงแล้ว ทว่าเมืองอันเฉิงยังคงอบอุ่น แต่ก็ไม่ถึงขั้นร้อนนัก เดิมทีต้วนหลิงยังยิ้มอยู่ครั้นถูกหลินถิงปัดมือออก รอยยิ้มก็อ่อนลงเล็กน้อย เขาชักมือกลับอย่างเชื่องช้า แล้วเทชาสมุนไพรเย็นให้ด้วยมือตนเอง“เจ้าเห็นว่าการแสดงของโรงเตี๊ยมนี้เป็นเช่นไรบ้าง?”แรกเริ่มหลินถิงยังตั้ง