บน้ำชาหนึ่งกา ต้วนหลิงนั่งข้างนางด้วยท่าทีสบายอารมณ์หลินถิงแสร้งทำเป็นมองไปรอบๆ ราวกับชมเครื่องตกแต่งโรงน้ำชา แท้จริงแล้วกำลังมองหาคน “เมื่อวานข้ามาไม่ทันได้สังเกต วันนี้พอมองดู โรงน้ำชาแห่งนี้ก็เรียบง่ายงดงามไม่น้อย”ต้วนหลิงมองรอบๆ พลางยิ้ม “ก็งามอยู่”ในขณะนั้น นักเล่าเรื่องตบแผ่นไม้ดัง ปัง! แล้วเปล่งเสียงดังกังวาน “วันนี้ข้าจะเล่าเรื่องของขุนนางสุจริตท่านหนึ่งก่อนเล่า ข้าอยากถามพวกท่านว่า เคยได้ยิน ‘สกุลอิ้ง’ หรือไม่?”ชาวบ้านที่นั่งอยู่เบื้องล่างพากันตอบ “พวกเรารู้จักเพียงสกุลหลี่แห่งหลงซี กับสกุลหวังแห่งหลางยาที่เป็นสกุลใหญ่เก่าแก่ แต่ไม่เคยได้ยินสกุลอิ้งมาก่อน”นักเล่าเรื่องลูบเคราแล้วถอนหายใจ “อา…ดูท่าพวกท่านไม่เคยได้ยินสกุลอิ้งจริงๆ”หลินถิงเองก็ไม่เคยได้ยินนามอิ้งจือเหอมาก่อน เพื่อแสดงว่าตนตั้งใจฟังอยู่ นางจึงหันไปถามต้วนหลิง “ท่านเคยได้ยินหรือไม่?”ต้วนหลิงเหมือนครุ่นคิดถึงบางสิ่ง “ข้าเคยได้ยินบิดากล่าวถึงตอนข้ายังเยาว์”“แล้วจากนั้นเล่า?”เขาตอบเรียบๆ “ท่านเพียงบอกว่า สกุลอิ้งเป็นสกุลที่มีขุนนางดีหาได้ยาก น่าเสียดาย…จบเพียงเท่านั้น”นักเล่าเรื่องตบแผ่นไม้ดัง ปัง! อีกครั้ง “เหล่าสกุลใหญ่ที่พวกท่านกล่าวมาล้วนมีรากเหง้าสืบต่อเป็นร้อยเป็นพันปีแต่สกุลอิ้งต่างออกไป มันงามเพียงชั่วครู่ดั่งดอกไม้แรกแย้ม ปรากฏอยู่ไม่กี่ปี แต่ผ่านมาสองรัชสมัยฮ่องเต้ ทั้งหมดอาศัยเพียงบุคคลผู้หนึ่งแบกรับไว้