”เสียงเขากังวานหนักแน่น “บุคคลผู้นั้นนามว่าอิ้งจือเหอ กำเนิดจากสกุลยากจน ศึกษาเล่าเรียนอย่างยากลำบากจนสอบได้เป็นเอกสามครั้งติดกัน ครั้นรับราชการก็บริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อราษฎร ครั้นแคว้นเดิมล่มสลายก็ยังอยู่รับราชการในแคว้นต้าเหยียน”“แต่เขามิได้ทำเพราะชื่อเสียงหรือเพื่อมีชีวิตรอด เพียงอยากสืบต่อทำประโยชน์แก่ราษฎรตามเดิม ตามเหตุควรแล้ว ขุนนางเช่นนี้สมควรถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ เหตุใดจึงกลับเลือนหายไร้ร่องรอย?”น้ำเสียงของผู้เล่าเรื่องไหลลื่นน่าติดตาม หลินถิงฟังพลางกวาดตามองรอบตัว-ยามเที่ยงมาถึงแล้ว จินอันไจ้เห็นนางหรือยัง?เสียงของผู้เล่าเรื่องยังดังชัดในโสตประสาท “ทันทีที่อิ้งจือเหอกำลังจะก้าวขึ้นสูง บทบาทพลิกผันก็เกิดขึ้น-สกุลอิ้งกลับหายไปสิ้นในคืนเดียว คนทั้งจวนหลายสิบชีวิตราวถูกลบหายไปจากแผ่นดิน แต่ผู้คนจะหายไปเฉยๆ ได้อย่างไร?”“ทางการตรวจสอบแล้ว ไม่พบร่องรอยโจรลอบเข้ามา ข้าวของทุกอย่างยังอยู่ครบ เว้นเพียงว่าคนหายไปหมด”ชาวบ้านเบื้องล่างเริ่มสนใจ อดถามไม่ได้ “แล้วอิ้งจือเหอเล่า ก็หายไปด้วยหรือ?”นักเล่าเรื่องเห็นทุกคนเริ่มติดใจ จึงกล่าวด้วยความพึงใจ “ถูกแล้ว อิ้งจือเหอก็หายไปพร้อมกัน บ้างว่าถูกผีสางปีศาจกลืนร่าง บ้างว่าสกุลอิ้งทำให้ผู้มีอำนาจขุ่นเคือง จึงถูกลบหายสิ้นภายในคืนเดียว”“ความจริงเป็นเช่นไรนั้น…อยากรู้เรื่องราวต่อไป ก็จงฟังในคราวหน้า” เสียงแผ่นไม้ดัง ปัง! หนักแน่นลงบนโต๊