ะผู้คนเบื้องล่างพากันอื้ออึง “วันนี้เล่าให้จบไม่ได้หรือ?”แต่ผู้เล่าเรื่องก็จากไปแล้ว เมื่อรอบเล่าเรื่องในยามเที่ยงสิ้นสุด หลินถิงยังไม่เห็นจินอันไจ้ในโรงน้ำชา เขาก็มิได้ใช้วิธีอื่นส่งข่าวเรื่องเซี่ยจื่อม่อมาให้นาง-หรือว่าจะเกิดเรื่องขึ้น?ต้วนหลิงหันมามองนาง “นักเล่าเรื่องไปแล้ว เจ้ายังจะอยู่ในโรงน้ำชาอีกหรือ?”สถานการณ์บีบคั้น ทำให้หลินถิงเหลือเพียงวิธีสืบถามจากปากเขาเท่านั้นว่าเมืองอันเฉิงเซี่ยจื่อม่ออยู่แห่งใด เวลาวันนี้เหลือเพียงครึ่งวัน-ไม่อาจปล่อยให้เสียไป “ท่าน…”ขณะนั้นเอง มีบุรุษสองสามคนเดินผ่านข้างนาง พลางพูดคุยอย่างคึกคัก “ได้ยินว่าท่านเซี่ยบุตรชายเจ้าเมืองจากเมืองหลวง วันนี้ไปซื้อสุราดื่มที่หอชมบุปผานะ พวกเราจะไปดูกันหรือไม่? เผื่อจะได้ผูกไมตรีกับคุณชายสักหน่อย”เมื่อหูได้ยินคำว่า “ท่านเซี่ย” กับ “หอชมบุปผา” ใบหน้าของหลินถิงก็พลันเปลี่ยนสีทันที เซี่ยจื่อม่อกล้าดีอย่างไรถึงได้ไปเที่ยวหอชมบุปผา? ก่อนออกจากเมืองหลวงยังทำท่ารักใคร่อาลัย ไปหาหลิงอวี่ถึงเรือน พอมาถึงเมืองอันเฉิงกลับไปหอชมบุปผาเสียอย่างนั้น? เขากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!หลินถิงคิดแล้วเดือดดาลยิ่งนัก ตั้งใจว่าหากพบจะต้องสั่งสอนให้จดจำ นางจึงก้าวไปขวางชายกลุ่มนั้นทันที เอ่ยด้วยเสียงเย็นเฉียบ “หอชมบุปผาที่ว่าของพวกท่านอยู่ที่ใด?”ชายหนุ่มเหล่านั้นแม้เห็นว่านางงามสะคราญโฉม แต่ท่าทางราวกับพร้อมจะลงมือจึงไม่กล้าโกหก รีบตอ