คียงข้างหลินถิง จึงจงใจจ้างชายเหล่านั้นให้ใช้วิธีนินทาเช่นนี้ส่งข่าวออกไปหลินถิงมิได้พบจินอันไจ้ เมื่อรู้ว่าเซี่ยจื่อม่อไปหอชมบุปผา ด้วยความโกรธและรีบร้อนจึงไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ จินอันไจ้ก้าวออกจากโรงน้ำชาอย่างเชื่องช้า เหลียวตามหลังหลินถิงและต้วนหลิงที่เดินลับไปหลินถิงเดินไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกเหมือนมีสายตาเฝ้ามองอยู่ด้านหลัง นางหันไปมอง เห็นหน้าโรงน้ำชาว่างเปล่านางหยุดก้าว ต้วนหลิงจึงหยุดตาม “เหตุใดจู่ๆ ถึงหยุดลง ไม่ไปหอชมบุปผาแล้วหรือ?”“ไปแน่นอน”นางละสายตากลับ เดินต่อไป หอชมบุปผาอยู่ไม่ไกลจากโรงน้ำชา แม้เดินก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ถึง หอชมบุปผาบางแห่งเปิดรับทั้งบุรุษและสตรี แต่บางแห่งก็รับเพียงบุรุษหรือเพียงสตรี-และหอชมบุปผาแห่งนี้รับเพียงบุรุษ หญิงสาวภายนอกจึงโดยมากมิอาจก้าวเข้าไปได้ชายผู้ยืนเฝ้าหน้าประตูหอชมบุปผา ไหล่กว้างดั่งพยัคฆ์ รูปร่างใหญ่โตดั่งหมี จ้องมองหลินถิงอย่างดุดันราวรู้ว่ามาด้วยเจตนามิชอบ “สตรีมิอาจเข้าไปได้”“ข้ามาหาคน”“ไม่ได้”นางกำลังคิดจะใช้ยาสลบเล่นงานชายสองคนที่เฝ้าประตู ทว่าต้วนหลิงกลับหยิบป้ายประจำตัวองครักษ์เสื้อแพรออกมา น้ำเสียงอ่อนละมุนดังหยก “องครักษ์เสื้อแพรตรวจตรา”เมื่ออีกฝ่ายได้ยินว่าเป็นขุนนาง ก็รีบตัวสั่นเปิดทาง “เชิญท่านขุนนาง”หลินถิงรู้สึกว่าท่าทีของพวกเขาชวนให้ผิดสังเกต แม้ชาวบ้านจะเกรงกลัวผู้มีอำนาจ แต่ก็มิถึงขั้นหวาดหวั่นจนตัวสั่น ยกเว้