นว่าพวกเขาเคยถูกขุนนางกดขี่จนฝังใจ ทว่าตอนนี้นางไม่มีเวลาขบคิด นางก้าวฉับเข้าไปด้านใน ถามไถ่ผู้คนอยู่หลายราย จนในที่สุดก็เจอตัวเจ้าของหอชมบุปผาเจ้าของหอเข้าใจผิด คิดว่านางมาตามจับบุรุษที่แอบมาสำราญ อีกทั้งยังพาเพื่อนที่เป็นขุนนางมาด้วย จึงเอ่ยอย่างลำบากใจ “คุณหนู หอชมบุปผามีกฎ จะมิเปิดเผยที่อยู่ของแขก หากทำเช่นนี้ ต่อไปข้าจะเปิดประตูทำการค้าได้อย่างไร?”หลินถิงเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านไม่พูด ข้าไม่พูด ก็จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็นท่านบอก ข้าจะถามเพียง-คุณชายเซี่ยอยู่ที่ใด?”คุณชายเซี่ย? เขาไม่เคยได้ยินว่าคุณชายเซี่ยมีคู่หมั้นหรือหญิงคนสนิท เจ้าของหอครุ่นคิดในใจ พลางเหลือบเห็นป้ายองครักษ์เสื้อแพรที่เอวของต้วนหลิง ก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพัน “คุณชายเซี่ยอยู่ชั้นสาม ห้องที่สองทางซ้าย”“ขอบคุณ”หลินถิงยกชายกระโปรงวิ่งขึ้นไป กลัวว่าหากช้าเพียงก้าวเดียว เซี่ยจื่อม่อจะหนีไปได้ ส่วนต้วนหลิงยังคงก้าวอย่างเนิบช้า นางวิ่งไปถึงห้องที่เจ้าของหอบอก แต่ผลักประตูไม่ออก จึงยกเท้าถีบ กลอนประตูด้านในถูกถีบหัก ประตูก็เปิดออกทันทีเซี่ยจื่อม่อก้าวออกมาจากด้านในเมื่อได้ยินเสียง “ผู้ใด?”หลินถิงกราชากม่านลูกปัดด้านหลังประตูฟาดใส่เขา แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นสตรีร่างสูงโปร่งอยู่ในห้อง “เจ้ากล้าลอบมาหอชมบุปผาเพื่อหาสตรี ทั้งที่ยังมีหลิงอวี่? ทำตัวเสแสร้งเป็นผู้มีรักลึก มีความจำเป็นเร้นลับ? วันนี้ข้าจะไม่ทุบเจ้าให้เละไม่