นี้?” ต้วนหลิงรับรู้ถึงสายตาของนาง ริมฝีปากโค้งขึ้นเล็กน้อย แย้มยิ้มอ่อนบางดุจบุปผาพิษและอสรพิษในคราเดียวกัน รูปโฉมงดงามยิ่งนัก แต่ภายในกลับซ่อนพิษร้าย เพียงแตะต้องก็ถึงแก่ชีวิตหากเป็นเมื่อก่อน หลินถิงคงเลือกอยู่ให้ห่าง แต่เวลานี้…นางกลับทำไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังอยากเอื้อมมือไปสัมผัสลองดูว่าพิษที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกงามนั้น จะร้ายกาจเพียงใด ความคิดนี้ทำเอานางสะท้านในใจแล้วหลินถิงก็อดคิดไม่ได้ว่า ตนปล่อยให้ต้วนหลิงทำตามใจได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเริ่มชินกับการมีเขาอยู่ใกล้ สายตานางไหววูบเล็กน้อย พลันเอ่ยออกไปอย่างไม่ทันคิด “ท่านดูดี…เช่นนี้คงพอแล้วกระมัง” ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นแม้สักคำต้วนหลิงไล้นิ้วไปตามชายกระโปรงของนาง แล้วจึงเกี่ยวมือของนางไว้ “เช่นนี้ก็แปลว่า…เจ้าชอบใบหน้านี้ของข้ามากนักสินะ”หลินถิงนิ่งเงียบ ไม่รู้จะตอบสิ่งใด ปลายนิ้วของเขาสอดผ่านง่ามนิ้วของนาง ก่อความรู้สึกคันยิบและร้อนผ่าวจนต้องก้มลงมอง แต่ต้วนหลิงกลับยกแขนโอบร่างนางไว้ ปิดกั้นทิศทางที่นางจะก้มลงดู มือของหลินถิงที่ตอนแรกห้อยอยู่ข้างลำตัว ก็ค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของเขาลมหายใจของทั้งสองสอดประสาน ยากจะแยกออกจากกัน แต่หลินถิงยังคงสูดดมกลิ่นของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนต้วนหลิงจะดันนางออกเบาๆ “เจ้าพักก่อนเถิด”นางชะงักเล็กน้อย “แล้วท่านเล่า?”“ข้ากำลังอาการกำเริบ”หลินถิงพลันเข้าใจ “เช่นนั้นที่ท่านทำเมื่อครู่ ก็เพื่อเ