างรวบผมยาวขึ้น แล้วจึงใช้สายแพรนั้นมัดให้แน่น “หากท่านหิวก็ไปกินก่อนได้ หรือจะปลุกข้าก็ยังได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งรอเฉยๆ”ต้วนหลิงบีบลงบนรอยแผลที่ซ่อนอยู่ใต้ปลอกหนังเบาๆ “ไม่เป็นไร วันนี้ข้าไม่มีธุระ”มือของหลินถิงที่กำลังมัดผมหยุดค้างกลางอากาศ “วันนี้ท่านไม่มีธุระ? เหตุใดหรือ ข้านึกว่าท่านเพิ่งมาถึงเมืองอันเฉิง ต้องยุ่งมากเสียอีก”เขาว่างในวันนี้ เช่นนี้นางจะออกไปพบจินอันไจ้ที่โรงน้ำชาได้อย่างไร?“คนที่ต้องยุ่งคือรัชทายาทกับท่านโหว ส่วนพวกองครักษ์เสื้อแพรอย่างเรา เพียงแค่คอยสืบความตามเวลา รอให้ขุนนางในเมืองอันเฉิงเริ่มเคลื่อนไหว ค่อยเฝ้าดูพวกเขา” ต้วนหลิงเอ่ยอธิบาย“คราแรกที่องครักษ์เสื้อแพรเข้ามาในเมือง พวกเขาย่อมระวังตัวเคร่งครัด การจับตาดูตอนนี้ไม่มีประโยชน์ ปล่อยให้พวกเขาผ่อนคลายลงก่อนจึงค่อยลงมือ”แผนของหลินถิงถูกทำลายหมดสิ้น “เช่นนั้นท่านไม่ต้องทำราชการอื่นเลยหรือ?”เขาล้างยาขี้ผึ้งออกจากมือในน้ำ เพื่อกำจัดกลิ่นยา “ไม่ต้อง เจ้ามิใช่ว่าอยู่คนเดียวแล้วเบื่อหรือ เช่นนั้นวันนี้ข้าว่างเจ้าอยากไปแห่งใด ข้าล้วนไปเป็นเพื่อนเจ้าได้”ได้ยินดังนั้น หลินถิงเผลอออกแรงมัดสายแพรจนเป็นปมตาย “ท่านว่างเพียงวันเดียว แล้วยังจะตามข้าไปทั่ว จะไม่เหน็ดเหนื่อยหรือ?”ต้วนหลิงเช็ดมือให้แห้ง กำถุงหอมในมือน้อยๆ ให้กลิ่นยาจางหายไปจนหมด ก่อนก้าวเข้ามาหานาง“ไม่เหนื่อย เจ้ามิใช่ชอบไปดูการแสดงที่โรงเตี๊ยมหรือ เมืองอันเ