ฉิงนี้มีอยู่แห่งหนึ่งที่มักมีการแสดงแปลกตาอยู่เสมอ เจ้าน่าจะพอใจไม่น้อย”หลินถิงพยายามแก้ปมตายบนสายแพรอยู่นานก็ไม่สำเร็จ “ท่านเคยมาเมืองอันเฉิงมาก่อนหรือ?”เขาเอื้อมมือข้ามมาช่วย คลายปมตายนั้นออกอย่างง่ายดาย “องครักษ์เสื้อแพรย่อมต้องสืบความทุกถิ่นก่อนจะไปดังนั้นตอนนี้ข้าอาจรู้จักเมืองอันเฉิงดีกว่าชาวเมืองเสียอีก”ปมที่นางพยายามแก้จนแทบสิ้นแรงกลับถูกต้วนหลิงปลดออกอย่างง่ายดาย ทว่าเขามิได้ส่งสายแพรคืนให้นางกลับกุมไว้ในมือ แล้วช่วยรวบเส้นผมของนางมัดอย่างอ่อนโยน “วันนี้เจ้าอยากออกไปข้างนอก หรือจะอยู่ในเรือน?”ออกไปย่อมดีกว่าติดอยู่ในเรือนทั้งวัน เพราะหากได้ออกไป นางอาจหาโอกาสเลี่ยงไปโรงน้ำชาได้ หากอยู่ในเรือนคงยากนักหลินถิงตอบ “อยากไป”“ดี” ต้วนหลิงเกล้าผมนางด้วยสายแพร มัดมิใช่ปมตาย แต่แน่นพอดีไม่ให้เจ็บ และแน่นจนแทบไม่รู้ว่ามัดไว้มั่นเพียงใดเมื่อรับประทานอาหารเช้าแล้ว ทั้งคู่ก็ออกเดินทาง ระหว่างทางไปโรงเตี๊ยม รถม้าผ่านหน้าโรงน้ำชาที่ไปเมื่อวานหลินถิงฉวยจังหวะที่ต้วนหลิงเผลอ เหลือบมองเข้าไปหลายครั้ง แต่เพราะอยู่ด้านนอกจึงมองไม่ชัดว่าในนั้นมีจินอันไจ้หรือไม่เพราะตอนนี้เพิ่งถึงยามซื่อ ยังไม่ถึงเวลาที่นัดกันไว้ตอนเที่ยง สำคัญคือนางจะทำอย่างไรจึงจะได้รับข่าวจากจินอันไจ้ได้โดยไม่ให้ต้วนหลิงรู้ เพื่อภารกิจนี้ หลินถิงรู้สึกว่าตนใช้สมองจนเหนื่อยล้าไปหลายส่วนแล้วต้วนหลิงเหลือบตามองตามสายตานาง “เจ้าม