องสิ่งใด? นั่นมิใช่โรงน้ำชาที่เจ้าไปเมื่อวานหรือ? วันนี้ยังอยากไปอีกหรือ?”นางรีบหาข้ออ้าง “ใช่ ข้างในมีคนเล่านิทานฝีปากเป็นเลิศ ฟังแล้วข้าอยากกลับไปอีก” โอกาสไปโรงน้ำชาอย่างไม่ต้องปิดบังมาถึงแล้ว นางย่อมต้องคว้าไว้เขามองโรงน้ำชาอยู่นานแต่ยังมิเอ่ยสิ่งใด หลินถิงจึงพูดอย่างเป็นธรรมชาติ “ถ้าท่านมิชอบฟังเรื่องเล่า เช่นนั้นพอชมการแสดงในโรงเตี๊ยมเสร็จ ข้าไปเองก็ได้ ท่านจะกลับจวนก่อน หรือหาที่รอข้าก็ย่อมได้”เขาไม่ตอบคำนี้ กลับถามว่า “ในเมื่อเจ้าว่าเรื่องเล่าในโรงน้ำชาดีนัก เหตุใดเมื่อวานยังเผลอหลับไป?”นางทำหน้าเสียดาย “ข้าเดินทางต่อเนื่องมาหลายวัน เหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ฟังไปครึ่งก็ผล็อยหลับไปแล้ว ไม่เช่นนั้นข้าต้องนั่งฟังจนจบเป็นแน่”เขาดูท่าว่าจะเชื่อ “เช่นนั้น เมื่อเจ้าดูการแสดงในโรงเตี๊ยมเสร็จ ข้าจะไปโรงน้ำชากับเจ้า”ก็ไม่จำเป็นต้องถึงเพียงนั้น หลินถิงเอ่ยเกลี้ยกล่อม “ท่านชอบฟังเล่านิทานหรือ? หากท่านมิได้ชอบ ก็ไม่ต้องฝืนใจหรือทำให้ตนเองลำบาก”ต้วนหลิงทอดสายตามองนาง แย้มยิ้มบาง “ข้าชอบอ่านหนังสือ แต่ฟังเล่าเรื่องกลับฟังน้อยนัก ลองฟังก็ดีมิใช่หรือ หากไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าชอบหรือไม่ แล้วเรื่องฝืนใจหรือลำบากนั้นก็ไม่มี หรือเจ้าไม่อยากให้ข้าไปกับเจ้าหรือ?”หลินถิงจนใจ “……อยาก”เขายกมือแหวกผ้าม่านอีกด้าน มองออกไปเห็นถนนใหญ่ที่ผู้คนสัญจรพลุกพล่าน รถม้าแน่นขนัดหลินถิงนับนิ้วอย่างครุ่นคิด “พอจะ