าวที่อันเฉิงแล้ว ก็ยังให้คอยจับตามองไท่จื่อและโหวซื่ออัน จดบันทึกทุกการเคลื่อนไหวเพื่อเป็นการข่มขู่พวกที่คิดก่อการลับๆและองครักษ์เสื้อแพรที่ทรงไว้วางพระทัยที่สุดในยามนี้ก็คือต้วนหลิง มีความเป็นไปได้สูงว่าจะโปรดให้เขาไปยังอันเฉิงด้วยทว่าหากเป็นไปได้ เซี่ยจื่อม่อก็ไม่อยากให้ต้วนหลิงต้องไปที่นั่น หากเขาไป เกรงว่าอาจจะ… เซี่ยจื่อม่อขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“อันเฉิงอันตรายยิ่งนัก ท่านต้วนพึ่งเข้าพิธีสมรสไม่นาน สมควรอยู่เคียงข้างคุณหนูเจ็ดที่จวนมากกว่า”ต้วนหลิงกระพริบตาช้าๆ “ข้ามีขอบเขตของตน ไม่ต้องให้เซี่ยซื่อจื่อเป็นห่วง”เซี่ยจื่อม่อยังไม่ละความพยายาม “หากฝ่าบาทมีพระประสงค์จะให้ท่านไป เพียงแสร้งว่าล้มป่วยอยู่จวนก็พอ เชื่อว่าฝ่าบาทจะเห็นใจที่ท่านเพิ่งแต่งงาน แล้วส่งผู้อื่นไปแทน”แม้ฝ่าบาทจะไว้วางใจต้วนหลิง แต่ก็หาใช่ว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ใช้การได้ต้วนหลิงเอ่ยอย่างเฉยเมย “เซี่ยซื่อจื่อ ดูท่าท่านไม่อยากให้ข้าไปอันเฉิงเลยกระมัง”“อันตรายเกินไป ท่านคือพี่ชายของหลิงอวี่ ข้าไม่อยากให้ท่านเกิดอันใดขึ้น”เซี่ยจื่อม่อเบือนสายตาหลีกเลี่ยง ไม่สบตาเขา ผู้คนในกององครักษ์เสื้อแพรชำนาญการสังเกตสีหน้าแววตาผู้คนเป็นอย่างยิ่งต้วนหลิงมองเขาแวบหนึ่ง “แต่ตัวท่านเองมิใช่ก็จะไปอันเฉิง แล้วไยข้าต้องกลัวอันตรายเล่า ข้าเป็นองครักษ์เสื้อแพร ทำการงานอันเสี่ยงตายจนเคยชิน เหตุใดต้