่ยจบก็ปล่อยมือหลินถิง หมุนกายเดินเข้าจวนเซี่ยจื่อม่อก้าวตามเพียงไม่กี่ก้าว บ่าวไพร่รู้ฐานะของเขาจึงมิได้ขวาง แต่เขาก็หยุด ไม่ยอมก้าวต่อ “หลิงอวี่”เมื่อได้ยินเสียงเรียก นางพลันชะงักฝีเท้า ความคาดหวังผุดขึ้นว่าจะได้ยินคำพูดอื่นจากเขา ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดตามมา ต้วนซินหนิงหัวใจเย็นชืด หมุนกายเดินต่อไม่หันกลับอีก เหลือเพียงเงาหลังที่ลับหายไปพร้อมสาวใช้เมื่อเจ้าของร่างงามนั้นจากไป หลินถิงก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ กล่าวเพียง “ท่านก็ดูแลตัวเองเถอะ” แล้วจึงหมุนตัวกลับจวนเพื่อตามหาต้วนซินหนิงด้านหน้าจวน เหลือเพียงต้วนหลิงกับเซี่ยจื่อม่อ ต้วนหลิงเอ่ยถามคำเดียวกับที่หลินถิงเคยถาม “เหตุใดท่านถึงอยากไปเมืองอันเฉิง?” ด้วยฐานะบุตรชายโหวซื่ออัน เขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตไปหาความดีความชอบเพื่อรักษาตำแหน่งด้วยซ้ำเซี่ยจื่อม่อตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าไม่อยากเป็นเพียงบุตรสกุลโหวผู้เกียจคร้านไร้ความสามารถ จึงอยากติดตามบิดาไปอันเฉิง”ต้วนหลิงไม่รู้ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ ยิ้มมุมปาก “อ๋อ เช่นนั้นหรือ”“ท่านต้วน” เซี่ยจื่อม่อจู่ๆ ก็เปลี่ยนสรรพนาม จ้องสบตาเอ่ยเสียงต่ำ “ใต้หล้าอาจจะส่งตัวท่านไปอันเฉิงเช่นกัน”ต้วนหลิงละสายตาจากแผ่นหลังหลินถิงที่ลับหาย ปลายนิ้วลูบไล้ร่องรอยสัมผัสจากมือของนาง สีหน้าไร้อารมณ์“แล้วจะอย่างไร?”เซี่ยจื่อม่อเผลอชะงักไปเล็กน้อย ฮ่องเต้เจียเต๋อนั้นระแวงผู้คนอยู่เป็นนิจ นอกจากส่งองครักษ์เสื้อแพรไปสืบข่