งก็สว่างวาบ รีบก้าวเข้าไปหา “หลิงอวี่”นางกลับฟาดเขาไปหนึ่งฉาดเต็มแรง ดวงตาแดงระเรื่อเอ่ยเสียงสั่นว่า “ท่านมายังที่นี่อีกทำไม?” วันนั้นหลังจากหลินถิงพบกับเซี่ยจื่อม่อแล้วกลับจวน นางก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ต้วนซินหนิงฟัง ทำให้ต้วนซินหนิงล่วงรู้ความจริงว่าเขากำลังคิดผิดคำมั่นสัญญา ไม่อาจมาสู่ขอได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนซินหนิงยกมือตีผู้ใด มือของนางยังคงสั่นระริกไม่หยุดเซี่ยจื่อม่อจ้องมองนาง แค่อยากเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้างามนั้น แต่พอนึกถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปแล้วก็ต้องชักมือกลับ เก็บระยะห่างเอาไว้ “ขอโทษ เป็นข้าเซี่ยจื่อม่อที่ทำผิดต่อเจ้า”ต้วนซินหนิงเบือนหน้า ไม่แม้จะสบตา กำผ้าเช็ดหน้าจนยับยู่ยี่ กลั้นน้ำตาเอาไว้ “คุณชายเซี่ย วันนี้ท่านมาที่นี่ ก็เพื่อกล่าวเพียงคำนี้หรือ?”“ขอโทษ”เขาเอ่ยคำเดิมซ้ำอีกครั้ง หลินถิงทนฟังต่อไปไม่ไหว หากเป็นนาง นางจะไม่ตบเพียงฉาดเดียว ต้องซัดให้หน้าบวมปูดจึงจะหายแค้นต้วนซินหนิงนั้นเป็นคนขี้แย เรื่องเล็กน้อยก็ยังอาจหลั่งน้ำตา แล้วเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมเคยร้องไห้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในวันนี้กลับมิได้ร้องให้เขาเห็น หลินถิงรู้ดีว่านั่นก็เพียงความอดทนชั่วคราว จึงเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้ต้วนซินหนิงราวกับได้กำลังใจจากมือนั้น จึงหันมาสบตาเขา กล่าวทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “คุณชายเซี่ย เชิญท่านกลับไปเถิด ต่อแต่นี้เราต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” เอ