จขึ้นมาทันทีว่า……แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาหลงใหลมาตลอด คือดวงตาของหลินถิงดวงตาคู่นั้น ที่เพราะเขาเท่านั้นจึงปรากฏหลากอารมณ์ขึ้นมาได้ แม้นว่าต้วนหลิงจะสะสมดวงตาผู้คนไว้มากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดวงตาเหล่านั้นเมื่อถูกควักออกจากเบ้าตา เขาก็ยังรู้สึกยินดีสุขใจอยู่บ้าง ทว่าความรู้สึกนั้น กลับไม่อาจเทียบได้เลยแม้แต่น้อยกับดวงตาคู่เดียวของหลินถิงในห้วงพริบตาเดียวต้วนหลิงสบสายตานางอีกครา แล้วโน้มตัวลงไปจุมพิตแผ่วเบา หลินถิงไม่มีการตอบสนอง ยังคงหลับใหลอย่างสงบ ต้วนหลิงโอบกอดนางแน่นไม่คลายมือ แขนที่พันรอบเอวนางดั่งโซ่ตรวนไร้รูป ไม่เคยคลายแม้เพียงน้อยค่ำคืนนั้นสายฝนตกยาวถึงรุ่งสาง ครั้นแดดเริ่มจับขอบฟ้า สายฝนจึงค่อยหยุดลง หลังคากระเบื้องเคลือบฉ่ำน้ำพื้นดินเปียกชื้น ใบไม้ดอกหญ้าทั่วทั้งสวนยังมีหยาดหยดน้ำเกาะพราวหลินถิงลืมตาขึ้นลูบเปลือกตาตน หยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยอาการเหม่อลอย ดวงหน้ายังงุนงง เมื่อคืนดูคล้ายฝันไปว่ามีผู้ใดมากอดตนไว้……มิใช่สิ นางน่าจะหลับอยู่บนตั่งมิใช่หรือ ไยจึงตื่นขึ้นมาบนเตียงได้?คิดไปคิดมา มิใช่ความฝันดอกหรือ? หรือเป็นต้วนหลิงที่อุ้มนางกลับมาวางไว้บนเตียง? เขากลับมาตอนไหนกันแน่? ดึกเพียงใด?หลินถิงเอื้อมมือแตะผ้าห่มข้างตัว ตรวจสอบอุณหภูมิ แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากนอกม่านเตียง:“ในเมื่อเจ้าตื่นแล้ว ก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตา แล้วกินอาหารเช้าเถิด”หลินถิงเปิดม่านเตียง มอง