ออกไปนอกเตียงอย่างงุนงง “ท่านทำไมยังอยู่ที่นี่?”ต้วนหลิงยืนอยู่ตรงริมหน้าต่าง ที่เมื่อคืนเขาเองก็เคยยืนอยู่นานแสนนาน บัดนี้สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีงาช้าง รูปโฉมงามเกินชายธรรมดา กวานหยกบนศีรษะต้องแสงอาทิตย์แวววาวราวน้ำแข็ง มือหนึ่งแตะหยาดน้ำฝนบนขอบหน้าต่างอย่างแผ่วเบาเขาหันหน้ามามองนาง กึ่งหนึ่งของใบหน้าอยู่ในเงามืด อีกกึ่งหนึ่งอยู่ในแสงอาทิตย์ บอกมิได้ว่าแสงหรือเงามีอำนาจมากกว่า แต่กลับยิ้มตาโค้ง มีประกายระคนขัน“ข้าอยู่ไม่ได้หรือ?”หลินถิงรีบลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามุมปากแอบยกยิ้ม นางก้มตัวหยิบรองเท้าสวม เดินตรงมาหาเขา:“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่ท่านช่วงนี้ออกเช้า กลับค่ำแทบทุกวัน ข้าก็นึกว่าท่านไปกรมเหนือนานแล้ว”ต้วนหลิงกล่าวเรียบๆ “วันนี้ตอนเที่ยงต้องเข้าเฝ้าในวัง ช่วงเช้าจึงไม่ต้องไปยังกรมเหนือ”“เข้าเฝ้า? หรือเป็นเรื่องพวกกบฏ?”แม้หลินถิงจะไม่อยากเอ่ยถึงเซี่ยชิงเหอกในฐานะ “กบฏ” ทว่าในยามนี้ บุรุษผู้นั้นต่อแคว้นต้าเหยียนก็ถือเป็นศัตรูหาใช่เพราะหลินถิงจงรักภักดีต่อราชวงศ์ต้าเหยียนไม่ เพียงแต่เมื่อตนอยู่ใกล้เบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้ การกระทำวาจาล้วนต้องระวังเป็นอย่างยิ่งต้วนหลิงไม่พูดมาก เพียงเอ่ยรับเบาๆ “อืม”หากถามมากไป ก็คล้ายตั้งใจสอดแนม นางจึงรีบล้างหน้าแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนเขาก็ออกคำสั่งให้คนเข้ามาจัดสำรับเช้าหลายวันมานี้ ทั้งสองมิได้นั่งร่วมโต๊ะก