นมุมตา จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แม่นาง ที่ถนนนี้กว้างนัก เหตุใดจึงต้องเดินขวางข้าด้วยเล่า?”หลินถิงแน่นอนว่าไม่มีวันช่วยพยุงเขาขึ้นมา หากเขาจะล้ม ก็ให้ล้มไปเถิด “ข้ามาไถ่ถามความผิดท่านต่างหาก”เซี่ยจื่อม่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่พร่ามัวค่อยๆ รวมจุดชัดเจน มองเห็นใบหน้านางอย่างถนัด “คุณหนูเจ็ดสกุลหลิน?”นางชี้ไปยังมุมถนนแห่งหนึ่ง ที่มีผู้คนเบาบางแต่ไม่ลับตา ใครผ่านไปมาจะไม่เข้าใจผิดคิดว่านางลอบพบชายหนุ่ม“ตามข้ามา”เซี่ยจื่อม่อลูบขมับซ้ายขวาที่ยังปวดตุบเพราะฤทธิ์สุรา ก่อนลุกขึ้นเดินตามหลินถิงไป นางเดินห่างจากเขาหลายก้าว ไม่ต้องการดมกลิ่นเหล้าจากตัวเขา แล้วก็เปิดฉากถามอย่างตรงไปตรงมา “เหตุใดท่านจึงยังไม่ไปสู่ขอต้วนซินหนิง?”เซี่ยจื่อม่อขยับมุมปากเล็กน้อย พลางย้อนถาม “นางฝากให้เจ้ามาถามข้าหรือ?”หลินถิงนึกถึงสีหน้าที่เปื้อนน้ำตาของต้วนซินหนิงเมื่อวาน นางกลัวว่าตนจะตั้งครรภ์… อารมณ์ขุ่นมัวพุ่งพล่านจนทนไม่ไหว ยกเท้าถีบเขาเข้าให้หนึ่งที ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นนางถีบเขา ต่างพากันมองอย่างสนอกสนใจ แต่ก็เพียงแค่แลผ่านแล้วเดินจากไป มิอาจได้ยินบทสนทนาเซี่ยจื่อม่อรู้อยู่เต็มอกว่าตนมีผิด อีกทั้งเข้าใจว่าคุณหนูหลินผู้นี้ทำไปก็เพื่อระบายโทษแทนต้วนซินหนิง เขาจึงไม่หลบหลีก ยอมให้นางถีบเข้าตรงๆ ซึ่งนางถีบไม่เบานัก คิดว่าแถบนั้นของเขาคงแดงเถือกขึ้นมาแล้วจริงๆ หลินถิงยังอยากถีบอีกสองสามที แต่คิดว่าควรจัดก