หลินถิงไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย นางไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของต้วนหลิงเมื่อครู่ เป็นเพราะเขากำลังละเมอ หรือว่าเขาตื่นขึ้นมาแล้ว หากเป็นอย่างแรก-นางกลัวว่าหากขยับอาจรบกวนจนเขาตื่น หากเป็นอย่างหลัง……ก็จนใจอยู่ดีหลินถิงหวังให้เขายังอยู่ในห้วงนิทรา เช่นนั้นแล้วนางจะได้ฉวยโอกาสสวมเสื้อผ้าเสียที เมื่อคืนพวกเขานอนกันเปล่าๆ เสื้อผ้าวางอยู่ที่ปลายเตียง ไม่ใช่ว่าจะลุกขึ้นสวมได้ง่ายๆ หากไม่ผ่านตัวเขาไป ก็ไม่มีทางเอาเสื้อผ้ามาได้นางกลั้นหายใจ แล้วแหงนหน้าขึ้น ยามนั้นทั้งสองนอนประจันหน้า แนบแน่นอยู่ในอ้อมกอด นางเพียงแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็เห็นใบหน้าของต้วนหลิงแล้ว – เขายังหลับตาอยู่ดีแล้ว……เขายังไม่ตื่น หลินถิงค่อยๆ คลายตัวจากอ้อมแขนของต้วนหลิงอย่างเบามือ เตรียมจะคลานออกไปจากเตียง ทว่าเขากลับขยับกายอีกครั้ง และยังลืมตาขึ้นมาด้วย ทำเอานางตกใจจนรีบกลิ้งกลับเข้าที่เดิม แล้วคว้าผ้าห่มผืนเก่าที่เคยถูกทอดทิ้งมาคลุมกายไว้ต้วนหลิงพลิกตัวมามองนาง “เจ้าตื่นแล้วหรือ? เมื่อวานเจ้าบอกว่าจะลองนอนเปลือยบ้าง อาจช่วยให้อาการนอนไม่หลับดีขึ้น คืนนี้นอนหลับดีหรือไม่?”เขาดูเหมือนไม่รู้ว่านางเคยกลิ้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา หลินถิงก็ไม่คิดจะบอก รีบกราชับผ้าห่มแน่น แสร้งหาวพลางแกล้งทำเป็นยังง่วงอยู่ “ไม่ดีเลย สักนิดก็ไม่ดี วิธีนี้ไม่ได้ผลกับข้าเลยแม้แต่น้อย”“ไม่ได้ผลรึ?”นางตอบหนักแน่น “ใช่ ไม่ได้ผลเลย ข้าทั้งคืนไม่หลั