บเลย สุดแสนจะทรมาน” ต่อให้หลับสนิทเพียงใด ก็ต้องปฏิเสธไว้ก่อน อย่างไรก็ห้ามยอมรับว่าได้ผลต้วนหลิงดูจะไม่สงสัยอันใด “เช่นนั้นก็คงต้องให้หมอช่วยตรวจดูแล้ว”หาหมอมิได้ ไว้ว่ากันภายหลัง หลินถิงไม่อยากพูดคุยกับเขาขณะยังเปลือยกาย และไม่อยากเดินเปลือยผ่านเขาไปหยิบเสื้อผ้าเช่นกัน “ท่าน……ช่วยเอาเสื้อผ้าของข้ามาให้หน่อยได้หรือไม่?”ต้วนหลิงมองนางครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้าที่วางซ้อนกันอยู่ปลายเตียง “ได้”ผ้ารัดอกนั้นวางอยู่ชั้นในสุดของชุดเสื้อผ้า ปกติแล้วไม่มีใครเห็นได้ แต่คราวนี้ตอนต้วนหลิงหยิบขึ้นมา เสื้อผ้าซ้อนกันอย่างไม่เรียบร้อยนัก เนื้อผ้าสีแดงของผ้ารัดอกจึงเผยออกมาเล็กน้อย ปลายชายยังไถลเฉียดปลายนิ้วเขาเบาๆหลินถิงรู้สึกร้อนวาบบนใบหน้า ทั้งเพราะเขาแตะต้องกับของใช้ใกล้ชิด และเพราะสิ่งที่เคยเป็น “สัตว์เลี้ยง” ในอุ้งมือของนางนั้น-ในยามเช้า มันยังแสดงตัวตนอยู่……ต้วนหลิงเดินถือเสื้อผ้ามาหานาง หลินถิงยื่นมือออกจากผ้าห่มหมายจะรับ ทว่ายังไม่ทันได้แตะ ต้วนหลิงก็กลับจับมือของนางไว้ แล้วนั่งลงข้างกาย ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างอย่างเบามือ “เจ้ารังเกียจมันใช่หรือไม่? คิดว่ามันน่าเกลียดเกินไป?”คำถามนี้ช่างยากยิ่งนัก จะบอกว่าชอบก็กระไรอยู่ จะบอกว่าไม่ชอบก็ไม่ได้ หลินถิงเหลือบมองเขาอย่างลังเลเลือกตอบอย่างรอบคอบ “ไม่ได้น่าเกลียด……”ต้วนหลิงจ้องมองนาง “ไม่งดงามหรือ?”เขาเองก็เคยคิดว่าเจ้านั่นเป็