นสิ่งอัปลักษณ์-ทั้งยังเป็นสิ่งอัปลักษณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่ของเช่นนั้นก็มักมีความเพ้อฝันอยากเป็นสิ่งงดงาม และเขา……ก็ดันปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้นเสียด้วยหลินถิงพยักหน้าเบาๆ บางทีสิ่งนั้นอาจเหมือนเจ้าของของมัน คอยหลอกล่อคนอย่างเงียบเชียบ ให้เข้าใจผิดว่ามันซื่อตรง ไร้พิษภัย จนคนผู้นั้นลดท่าทีระแวดระวังลงโดยไม่รู้ตัว นางจึงตอบตะกุกตะกัก “สำหรับข้าแล้ว มันไม่ได้น่าเกลียด”ต้วนหลิงเห็นนางหลบเลี่ยงคำถามแรก จึงเปลี่ยนวิธีถาม “เช่นนั้นเจ้ารังเกียจมันหรือไม่?”หลินถิงหลบสายตา ก้มหน้าลง “ไม่รังเกียจ……”นั่นก็เป็นความจริง-หากนางรังเกียจจริง ย่อมไม่อยากแม้แต่จะเหลือบตามองมันด้วยซ้ำ เพียงแต่นางยังต้องการเวลาเล็กน้อย……เพื่อยอมรับมันอย่างเต็มใจ ในโลกแห่งความจริง ดั่งการเลี้ยงสัตว์ ยังต้องมีช่วงเวลาให้ปรับตัว ของสิ่งนี้ก็เช่นกันหลินถิงลอบเหลือบมองเจ้าสิ่งนั้น……แต่มองไม่เห็นอันใด เพราะถูกผ้าห่มคลุมไว้หมดแล้ว ต้วนหลิงใช้นิ้วเรียวปัดปอยผมที่ปรกหน้าหลินถิงออก เอ่ยเสียงนุ่ม“ในเมื่อเจ้าว่ามันไม่อัปลักษณ์ แล้วก็ไม่รังเกียจ เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่ยอมแตะต้องมันเล่า?”หลินถิงเบิกตาขึ้นทันที มึนงงเล็กน้อย “ข้าไม่เคยแตะต้องมันเลยหรือ?”อะไรคือไม่ยอมแตะต้อง! ก่อนหน้านี้ก็เคยแตะอยู่นะ! ต้วนหลิงยังคงจับปอยผมนางไว้แน่น“ยามนี้ เจ้าไม่ยอมแตะต้องมัน”หลินถิง “……”“ตอนนี้ท่านต้องการให้ข้า……แตะมันหรือ?”ต้วนหลิงปล่อยปอยผมนางในมื