ารเรื่องหลักก่อน “ท่านตอบมาเถิด เหตุใดจึงยังไม่ไปสู่ขอ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าท่านทำสิ่งใดกับหลิงอวี่ไปแล้ว” พอพูดถึงตรงนี้ นางก็เหลียวไปมองทางที่ต้วนหลิงยืนอยู่ ด้วยรู้ว่าเหล่าสกุลต้วนยังไม่ล่วงรู้เรื่องว่าทั้งสองได้ร่วมเรียงเคียงหมอนกันแล้วเซี่ยจื่อม่อเงียบ หลินถิงเห็นเขาไม่ตอบ ก็เริ่มหงุดหงิด “พูดสิ!”เขากำหมัดแน่น “ข้า……”แล้วก็เงียบอีก หลินถิงรอแล้วรอเล่า ได้ยินเพียงคำว่า “ข้า……” คำเดียว นางจึงเร่งเร้า “หรือว่าท่านหลอกหลิงอวี่ว่าจะไปสู่ขอ?”เซี่ยจื่อม่อกดมือลงบนขมับที่ยังปวดตุบ “ข้ามิได้มีเจตนาหลอกนาง……เพียงแต่ตอนนี้ ข้ายังไม่อาจไปสู่ขอได้จริงๆ”หลินถิงขบกรามแน่น ดวงตาประหนึ่งคมดาบ “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”เซี่ยจื่อม่อนิ่งไปนาน ก่อนจะคลายหมัด หันหน้าหนีราวกับไม่กล้ามองสบตาสหายสนิทของต้วนซินหนิง “อีกไม่นาน ข้าจะไปกล่าวกับหลิงอวี่ด้วยตนเอง”หลินถิงย่อมรู้ดีว่า เขาไม่คิดจะบอกเหตุผลแก่ต้วนซินหนิง นางจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เมื่อวาน ต้วนซินหนิงคิดว่านางตั้งครรภ์กับท่าน”บางเรื่องจะให้เพียงหญิงสาวรับไว้ฝ่ายเดียวมิได้ เซี่ยจื่อม่อตกตะลึง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างซับซ้อน“เจ้าว่า……ต้วนซินหนิงมีบุตรแล้วหรือ?”หลินถิงถลึงตาใส่เขา “ยังไม่มี โชคยังดีที่ยังไม่มีไม่เช่นนั้น หากนางต้องมีบุตรกับเจ้าคนไร้ความรับผิดชอบ เช่นนี้ก็เท่ากับเคราะห์ร้ายจนสุดแผ่นฟ้า! เซี่ยจื่อม่อไม่ได้โต้เถียง แต่ในใจกลับคิดว่า หาก