นางยกมือจะปัดผมยาวนั้น ต้วนหลิงกลับจูบผ่านผมยาวนั้นลงบนใบหน้า แตะปลายจมูกของนางเบาๆ มือนางชะงักกลางอากาศ เพียงไม่นานเขาก็ช่วยปัดผมนางให้พ้นจากใบหน้า แล้วจูบบนริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบาประหนึ่งหยอกเย้า มิได้หยุดนานพอให้นางตอบสนอง เพียงทิ้งรอยสัมผัสบางเบาไว้ปลุกใจให้อยากมากยิ่งขึ้นหลินถิงจึงเผลอเงยคางตามโดยสัญชาตญาณ ทว่าเขากลับขยับไปจูบแก้มด้านข้างของนางแทน……เบาบางไม่ต่างจากเมื่อครู่ หัวใจหลินถิงพลันสั่นไหว หันกลับมาเผชิญหน้าเขาตรงๆ ดวงตาจ้องสบดวงตาเขายามจุมพิตนั้น ต้วนหลิงแทรกนิ้วเข้ากลางผมนางซึ่งยังเปียกชื้น ถอนมือออกมาก็มีหยาดน้ำติดปลายนิ้ว บัดนี้ปลายนิ้วเขาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำจากเรือนผมนาง สายตาหลินถิงไล่ตามจากใบหน้าเขาไปยังปลายนิ้ว แล้วกลับมาที่ใบหน้าเขาอีกคราต้วนหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย ขนตายาวหนาดำสนิท ดวงพักตร์งามประหนึ่งตัวละครที่หลุดออกมาจากภาพวาดเข็มขัดอาภรณ์ที่สวมอยู่ผูกไว้หลวมๆ ทำให้สาบเสื้อแง้มออก แม้ยังมิได้เผยอะไรให้เห็นชัดเจน แต่ก็ชวนให้จินตนาการต่อไปไม่หยุดหลินถิงบิดผ้าฝ้ายในมือแน่นยิ่งกว่าเดิม บางคราวนางอดมิได้ที่จะสงสัยว่า……ต้วนหลิงเป็นวิญญาณจิ้งจอกหรือไม่“ระยะนี้เจ้ามิได้เป็นฝ่ายเข้าหาข้าเลย แต่ก่อนเจ้ากลับเป็นฝ่ายรุกอยู่เสมอ เหตุใดเล่าจึงเปลี่ยนไป?”ต้วนหลิงยกมือขึ้น ปลายนิ้วแตะที่มุมปากนาง สายตาสงบนิ่ง ปราศจากราคะ ราวกับว่าชายผู้ลูบไล้ไรผมและเลียใบหูนางเมื่อครู่มิใช