ไปกรมบัญชาการเหนือกับท่านหรือ? เช่นนั้นคงไม่เหมาะ ท่านมิใช่มีราชการต้องจัดการหรือ? ข้าไปด้วยจะช่วยอันใดได้ กลับจวนเองจะสะดวกกว่า”อีกอย่างพวกเขาก็ออกมากับรถม้า ไม่ใช่ว่าต้องเดินกลับเองต้วนหลิงเอ่ยต่อ “เจ้ามิใช่ว่าชอบ……”ก่อนคำพูดนั้นจะสิ้นสุด หลินถิงก็ยกมือขึ้นปิดปากเขาทันที “ข้าไปก็ได้”เหล่าองครักษ์เสื้อแพรเห็นนางปิดปากผู้บัญชาการของตน ต่างก็รีบก้มหน้าลง มิกล้ามองตรง ในใจพวกเขารู้ดีว่าใต้เท้าต้วนในคุกลับนั้นโหดเหี้ยมปานใด ยามสอบสวนคนมักใช้เสียงอ่อนโยนปลอบประโลมผู้ต้องหา ขณะที่มือลงทัณฑ์เฉือนเนื้อ ลอกกระดูก เย็นชาเยี่ยงหุ่นกระบอกไร้ใจแต่บัดนี้หลังเข้าพิธีสมรส ดูท่าทางเขาจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว……หรือไม่ก็แค่แสร้งทำเป็นเปลี่ยน หลินถิงหาได้ล่วงรู้ความคิดของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรไม่ เพียงแต่ลดมือลง รู้สึกถึงไออุ่นชื้นบนฝ่ามือของตนต้วนหลิงพอจะเอ่ยปากพูด ริมฝีปากกลับไปสัมผัสฝ่ามือนางโดยไม่ตั้งใจ เหล่าองครักษ์เสื้อแพรมิทันสังเกต ต้วนหลิงเองก็เหมือนไม่รู้สึก แต่หลินถิงรู้สึกอย่างชัดเจน นางกำมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ภาพความทรงจำยามคืนเข้าหอผุดขึ้นในใจ ตอนที่เขาโน้มตัวลง ใช้ริมฝีปากโลมเลียนิ้วทั้งสิบของนางทีละข้อ……แม้นางมิได้เผยอารมณ์บนสีหน้า ก็ยังเลือกก้าวขึ้นรถม้าไปทางถนนที่จะมุ่งสู่ “กรมบัญชาการเหนือ” ต้วนหลิงตามขึ้นมานั่งเคียงข้าง หลินถิงหลับตาทันทีหลังขึ้นรถ เพื่อปิดกลั้นความฟุ้งซ่านในใจ แล้วตั