้งใจคิดแค่ว่า……คืนนี้จะกินอะไรดีต้วนหลิงเอ่ยเสียงนุ่ม “เจ้าเหนื่อยแล้วหรือ?”สถานที่อย่างกรมบัญชาการเหนือมีห้องโถงให้พักได้อยู่แล้ว นางเองก็เคยนอนเล่นอยู่บนตั่งคนงามหลังม่านไม้ไผ่ในห้องทำงานของเขาหลินถิงลืมตาขึ้น “เพียงอยากพักสายตาเท่านั้น”“ตาเจ้าไม่สบายหรือ?” ต้วนหลิงโน้มตัวเข้ามา มือสัมผัสเบาๆ ที่หางตาของนาง ดวงตานางสะท้อนเงาเขาเต็มตานั่นทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมอย่างไร้เหตุผล ปลายนิ้วของเขาอุ่นนัก วางอยู่ตรงมุมตานางจนนางรู้สึกอยากจะกระพริบตา“เปล่า” นางตอบ เขาจึงค่อยๆ ลดมือลงครั้นผ่านไปประมาณสองเค่อ รถม้าก็จอดหน้าที่ว่าการ “กรมบัญชาการเหนือ” หลินถิงเคยมาแล้ว จึงเดินไปยังห้องของต้วนหลิงอย่างคุ้นเคย ส่วนเขาไปยังคุกลับเพื่อสอบสวน***ในคุกลับนั้น ทั้งมืดและชื้น แสงจากคบเพลิงบนผนังส่องวูบไหวไม่คงที่ ต้วนหลิงผลักประตูห้องทรมานเข้าไป มาหยุดยืนเบื้องหน้าเสนาบดีกรมโยธาที่ยังถูกแขวนบนผนังเขาเงยหน้าขึ้น “ท่านเสนาบดีสวี่ ข้าได้ยินมาว่า……ท่านเคยพบกับบุตรชายคนที่ห้าแห่งสกุลเซี่ย เซี่ยชิงเหอ ใช่หรือไม่?”ชายชราใบหน้าบาดเจ็บจากการทรมาน น้ำเสียงติดขัด “ขะ……ขอรับ ข้า……เคยพบกับเขาราวสามเดือนก่อนจะก่อกบฏ……เขาเป็นบุตรสหายเก่า ข้าจึงมิได้รายงานต่อราชสำนัก……”ความจริงคือ……เมื่อครั้งอดีต แม่ทัพเซี่ยเคยช่วยชีวิตเขาไว้ แต่เมื่อสกุลเซี่ยถูกโทษประหาร เขาไม่อาจช่วยอะไรได้จึงรู้สึกผิดมาตลอด ไม่กล้าตอบแทนบุญคุณด้วยการ