หักหลังต้วนหลิงก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว เดินข้ามชิ้นเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น “เซี่ยชิงเหอมาหาท่านเพื่อสิ่งใด?”เสนาบดีสวี่เดิมทีไม่อยากกล่าว ทว่าตนมีจุดอ่อนอยู่ในมือขององครักษ์เสื้อแพร ไม่พูดความจริงย่อมหนีไม่รอด“เขาขอให้ข้าดูแล……ดูแลมารดาและน้องสาวของเขาที่ถูกส่งเข้าไปในหอคณิกา……”ขุนนางที่ติดพันกับหญิงสาวในหอคณิกานั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ใช้เงินสักหน่อยก็จัดการได้ แม้จะเสียชื่อไปบ้าง แต่ทางราชการมักไม่เอาความต้วนหลิงหยิบเหล็กร้อนที่แดงฉานจากเตาไฟขึ้นมา “ท่านได้ช่วยเขาหรือไม่?”เสนาบดีสวี่ถอนหายใจ “ข้าตั้งใจจะช่วย แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการใดๆ มารดาและน้องสาวของเขาก็เสียชีวิตเสียก่อน……ชะตาคนช่างกลั่นแกล้งแท้”ต้วนหลิงหมุนเหล็กร้อนในมือ ปลายสีเลือดหยุดอยู่ตรงเบื้องหน้าดวงตาของเขา “แล้ว……พวกนางตายเพราะเหตุใด?”เสนาบดีกรมโยธาสะดุ้งเฮือก ดวงตาตกต่ำลง ริมฝีปากขยับเบาๆ ราวกระซิบ “มารดาของเขาล้มป่วยหนักตั้งแต่ก่อนเขาจะมาหาข้า……ไม่มีเงินรักษา คนของหอคณิกาก็เพิกเฉย น้องสาวของเขาจึงต้องดิ้นรนหาหนทางด้วยตนเองเพื่อหาเงินมาช่วยรักษามารดา”เมื่อครั้งอดีต แม่ทัพเซี่ยเคยเป็นขุนศึกผู้ร่วมก่อตั้งแผ่นดิน สกุลเซี่ยจึงมีฐานะสูงส่งนักในเมืองหลวง ทุกผู้คนต่างแย่งกันเข้าหา ทว่าเมื่อสกุลเซี่ยประสบเคราะห์กรรม กลับไม่มีผู้ใดยื่นมือช่วย บางคนถึงกับเหยียบย่ำซ้ำเติม ความผันผวนแห่งโลกมนุษย์ ไม่มีสิ่งใดเลวร้ายไปกว่านี