จวนค่ำนี้? ท่านจะออกจวนไปกับข้าหรือ?”“เจ้ามิอยากหรือ?”หลินถิงอยากออกไปข้างนอกจนแทบจะทนไม่ไหว อยู่แต่ในจวนจ้องหน้าเขาตลอดวันก็น่าเบื่อจะตาย ออกไปเดินเล่นดูทิวทัศน์ยังจะดีเสียกว่า“แน่นอน ข้าอยากไป! จะออกไปเมื่อใด? จะไปที่ใดหรือ?”ต้วนหลิงว่า “ตอนนี้ เจ้าล่ะ……อยากไปที่ใด?”ทันทีที่พูดถึงการออกนอกจวน หลินถิงก็มีแรงฮึดขึ้นมาในทันใด “ข้าได้ยินมาว่าในเมืองหลวงมีร้านอาหารเปิดใหม่ ชื่อว่าหอหลิงหลง ว่ากันว่าที่นั่นมีการแสดงทั้งวันทั้งคืน ท่านอยากไปดูหรือไม่?”“เจ้าว่าเช่นไร ข้าก็ตามนั้น”***เมื่อเดินทางมาถึงหอหลิงหลง หลินถิงจึงพบว่าร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับหอหนานซาน โดยมีถนนสายหนึ่งคั่นกลางเสมือนต่างฝ่ายต่างชิงแขกผู้มาเยือนแต่หอหลิงหลงก็สมควรแก่การเป็นคู่แข่ง เพราะนอกจากจะสูงกว่าหอหนานซานหนึ่งจั้ง ยังตกแต่งหรูหราวิจิตรอลังการยิ่งกว่า ป้ายเหนือประตูหน้าร้านส่องแสงระยิบระยับ ดูคล้ายใช้ทองแท้หลอมเป็นน้ำ แล้วนำมารังสรรค์เป็นอักษรแต่ละตัวตัวอักษรสีทองยามต้องแสงอาทิตย์นั้น เปล่งประกายงดงามจับตายิ่งนัก ต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่นิยมแขวนโคมสีแดงไว้หน้าร้าน หอหลิงหลงกลับเลือกใช้โคมหลากสีสัน และที่ปลายโคมยังผูกด้วยแถบผ้าไหมขอพร ที่แขกผู้มาเยือนได้เขียนคำอธิษฐานไว้ หากมองเพียงเผินๆ จะนึกว่าเป็นหอขอพรเสียมากกว่าร้านอาหารนอกจากนี้ด้านนอกยังประดับประดาด้วยผ้าไหมสีสดใส บนชายคาอาคารยังมีหญิงชาวต่างแดนยืนเรียงราย