ปิดหน้าดังเช่นคราอื่นเมื่อนางเป็นผู้ค้นพบโอสถรักษาโรคร้าย หากยังสวมผ้าปิดหน้าพบฮองเฮา ก็เห็นจะผิดจารีตนัก ขันทีน้อมเคารพหลินถิง ตอบคำถามอย่างมิอ้อมค้อม พานางตรงเข้าสู่ด้านหน้าพระตำหนักของฮองเฮาครั้นนางกำนัลภายในแจ้งข่าวแล้ว ขันทีก็เชื้อเชิญหลินถิงเข้าสู่ตำหนักภายใน เพียงเหยียบย่างเข้าสู่ธรณีประตูกลิ่นยาเข้มข้นก็แตะจมูก หลินถิงเงยหน้าขึ้นมองโดยรอบ เวลานั้นยังเป็นเวลากลางวัน แต่ภายในพระตำหนักกลับมืดมัวแม้จะมีการจุดเทียนไว้ไม่น้อย ทว่าแสงไฟกลับสลัวมัวหม่น ให้ความรู้สึกราวใกล้ถึงคราว “น้ำมันหมดไส้เทียน”ครั้นก้าวลึกเข้าไป ก็พบเหล่านางกำนัลบางนางเดินสวนออกมา บ้างถือถ้วยยาซึ่งว่างเปล่า บ้างห่อผ้าเปื้อนเลือดสีหน้าล้วนหม่นหมอง มิใช่เพียงเพราะสภาพของฮองเฮา หากยังรวมถึงชะตาชีวิตของพวกนางเอง หากฮองเฮาล่วงลับพวกนางจะมีที่พึ่งพิงใดอีก? จะมีแห่งหนใดปลอดภัยยิ่งกว่าที่นี่เล่านางกำนัลเหล่านั้นล่วงรู้ว่าฮองเฮาจะพบใครในวันนี้ ครั้นเห็นหลินถิงก็ล้วนยกมือคารวะ “คุณหนูเจ็ดแห่งสกุลหลิน”โดยปกติฮองเฮาจะพบเพียงฮ่องเต้ มิแม้แต่เหล่าสนมฝ่ายในจะได้พานพบ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงคนภายนอกวัง การที่พระองค์ทรงเชิญคนภายนอกเป็นครั้งแรก ทำให้นางกำนัลเหล่านี้ลอบเพ่งมองหลินถิงด้วยความสงสัยสตรีที่ติดตามหลังขันทีนั้นรูปโฉมงามล้ำ หาได้แต่งแต้มสีสันใดบนหน้า ทว่าผิวพรรณกลับผ่องใส แก้มระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มสีกุหลาบจาง จมูกเรียวยาวเป็