นสัน อาภรณ์สีเหลืองอ่อนที่นางสวมเจิดจ้า ราวกับลำแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้าสู่พระตำหนักอันมืดครึ้ม สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าก็คือดวงตาคู่นั้น-ชวนให้รู้สึกราวกับเอ่ยถ้อยคำได้โดยไม่ต้องพูด และเมื่อมองมาเพียงผ่านๆ กลับให้ความรู้สึกว่ามีเพียงผู้เดียวในสายตา นัยน์ตาไร้เลศนัยอำพรางใดๆ นางกำนัลไม่กล้าล่วงเกินมากนักหลินถิงพยักหน้าให้พวกนางเล็กน้อย แล้วจึงติดตามขันทีหนุ่มเข้าไปยังเบื้องลึกของพระตำหนัก นางสังเกตเห็นว่าพระตำหนักของฮองเฮาหาได้หรูหราเกินควร เว้นเสียแต่คานไม้จันทน์แดงและพื้นอิฐทองที่เป็นของเดิมจากการก่อสร้างทั้งสองฝั่งทางเดินมีชั้นวางว่างเปล่า แม้มีสิ่งของก็เป็นของจุกจิกมิสำคัญอันใดยิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นยาขมก็ยิ่งรุนแรง ภายในแม้มีเครื่องหอมก็ไร้ซึ่งอานุภาพจะกลบกลิ่นยาเก่าที่สะสมมายาวนาน อีกทั้งด้วยว่าฮองเฮาอาพาธ ไม่อาจต้องลม หน้าต่างทั้งหลายจึงมิได้เปิด มีเพียงบางบานเปิดเพียงเล็กน้อยเพื่อระบายอากาศ กลิ่นยาจึงฟุ้งคละคลุ้งทั่วทุกมุมของพระตำหนักหลินถิงเหลือบมองบานหน้าต่าง หน้าต่างแต่ละบานแขวนกระดิ่งลมอันประณีต แต่เพราะลมไม่พัดผ่านมา ก็ไร้เสียงใดสะท้อนออกมาเลยขันทีเห็นนางมองกระดิ่ง พลางอธิบายอย่างเมตตา “กระดิ่งเหล่านี้เป็นของที่ฮองเฮาทรงประดิษฐ์ด้วยพระหัตถ์เมื่อหลายปีก่อน”หลินถิงเข้าใจทันที เหตุใดกระดิ่งบางอันจึงเก่าและชำรุด แต่ก็มิได้ถูกเปลี่ยนใหม่ เพราะเป็นของที่มีความหมายแก่ผู้เป็นเจ้