รัชทายาทย่อมต้องสงบเสงี่ยม ไม่ควรเอ่ยมาก มองมากในขณะนั้นเอง หมอหลวงเข้ามาเพื่อวินิจฉัยโรคให้ฮองเฮา แต่ต้องหยุดรออยู่หน้าตำหนัก มิได้รับการเรียกให้เข้าฮองเฮาจึงสั่งนางกำนัลให้ไปบอกปฏิเสธ และหันมาถามหลินถิงว่า “เมื่อวานเจ้าติดไข้ลมร้อนหรือ?”หลินถิงน้อมตอบด้วยความเคารพ “เพคะ แต่วันนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว”“คนหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนี้เอง เพิ่งป่วยเมื่อวาน วันนี้ก็ฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งนัก” ฮองเฮายกมือขึ้นเล็กน้อย กระตุ้นกระดิ่งลมเล็กที่แขวนอยู่ข้างแท่นบรรทมให้ส่งเสียงเบาๆ โดยไม่ต้องพึ่งสายลมหลินถิงยังคงเปี่ยมด้วยวาจาอ่อนหวาน ช่างสังเกต “หม่อมฉันเชื่อว่าองค์ฮองเฮาก็จักฟื้นคืนพลานามัยได้ในไม่ช้าเพคะ”ฮองเฮาหัวเราะเบาๆ ด้วยเสียงแผ่ว สายตาเหม่อลอยมองขึ้นสู่เวิ้งฟ้า เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง “หายงั้นหรือ……หามิได้แล้ว……นี่คือโทษทัณฑ์จากสวรรค์ที่ประทานแก่ข้า……โทษทัณฑ์จากสวรรค์……”หลินถิงมิกล่าวตอบ ในยามนี้ไม่อาจขัดแย้งคำกล่าวของฮองเฮา และไม่อาจเออออตามเช่นกัน หากแต่ในใจกลับใคร่ครวญ ฮองเฮาผู้นี้เป็นถึงสตรีที่สร้างคุณูปการมากมายให้แก่แคว้นต้าเหยียน เยียวยาชาวบ้านยิ่งกว่าฮ่องเต้เสียอีกเหตุใดสวรรค์จึงลงทัณฑ์นาง? หรือเบื้องหลังนางเคยกระทำการผิดบาปไว้?ขณะหลินถิงกำลังคิดฟุ้งซ่าน ฮองเฮาก็เอ่ยขึ้นอีก “เจ้าคงอยากรู้สินะว่าข้าพบยารักษาโรคระบาดนี้ได้อย่างไร?”หลินถิงตอบตามตรง “หม่อมฉันใคร่รู้เพคะ”แม้นางอยากรู้เรื่องนี้